ประกาศกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
เรื่อง รับสมัครคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ปฏิบัติการ
1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง และเงินเดือนที่จะได้รับ
1.1 ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง
(1) ตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ปฏิบัติการ (ด้านเทคนิคการแพทย์)
(2) ตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ปฏิบัติการ (ปริญญาเอก)
1.2 เงินเดือนที่จะได้รับ ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้
2. จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก
จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้
3. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ลักษณะงานที่ปฏิบัติของตำแหน่ง ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้
4. คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือก 4.1 ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2553 ดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติทั่วไป
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี (นับถึงวันปิดรับสมัครคัดเลือก)
(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ข. ลักษณะต้องห้าม
(1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
(2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2566
(3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
(4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(5) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง
หรือเจ้าหน้าทีในพรรคการเมือง
(6) เป็นบุคคลล้มละลาย
(7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิด ทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
(8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่น
ของรัฐ
(9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออกหรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้
หรือตามกฎหมายอื่น
(10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้
หรือตามกฎหมายอื่น
(11) เป็นผู้เคยกระทำาการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงาน
ในหน่วยงานของรัฐ
ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม ข.(4) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม (8) หรือ (4) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือออก จากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ สำหรับผู้มีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (1) ให้มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือกได้ แต่จะมีสิทธิได้รับบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญที่ได้รับการคัดเลือกตอเมื่อพ้นจากการเป็นผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมืองแล้ว
สำหรับพระภิกษุหรือสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครคัดเลือกและไม่อาจให้เข้ารับ การคัดเลือกได้ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ น.ว. 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 4 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่ 1/2564 ลงวันที่ 28 กันยายน 2564
4.2 ผู้สมัครคัดเลือกต้องคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียด
แนบท้ายประกาศนี้
5. กำหนดการและวิธีการรับสมัคร
5.1 ผู้ประสงค์จะสมัคร สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 26 - 30 มกราคม 2564 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตามขั้นตอน ดังนี้
(1) เปิดเว็บไซต์
https://dmsc.thaijobjob.com คลิกที่หัวข้อ "รับสมัครคัดเลือก เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ในตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ปฏิบัติการ"
(2) กรอกข้อความให้ถูกต้องและครบถ้วน อัปโหลดรูปถ่ายการสมัครเป็นไฟล์ JPG ขนาด 6 MB และปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด ระบบจะกำหนดแบบฟอร์มการชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้โดยอัตโนมัติ
(3) พิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินลงในกระดาษขนาด A4 จํานวน 1 แผ่น หรือหาก ไม่มีเครื่องพิมพ์ในขณะนั้น ให้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในรูปแบบไฟล์ลงในสื่อบันทึกข้อมูล
ในกรณีไม่สามารถพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินหรือบันทึกข้อมูลได้ ผู้สมัคร หรือบันทึกข้อมูลลงในสือบันทึกข้อมูลใหม่เด้อีก แต่จะไม่สามารถ สามารถเข้าไปพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงิน แก้ไขข้อมูลในการกรอกใบสมัครในครั้งแรกที่สมบูรณ์แล้วได้
5.2 นำแบบฟอร์มการชำระเงินที่พิมพ์จากระบบรับสมัคร ไปชำระค่าธรรมเนียมในการสมัคร ได้ตั้งแต่วันที่ 26 - 31 มกราคม 2569 ตามเวลาที่กำหนดของแตละช่องทาง การชำระเงิน โดยมีช่องทาง การชำระเงิน 4 ช่องทาง ดังนี้
(1) การชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้สมัครสามารถ ชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครได้เฉพาะที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาทั่วประเทศ ภายในวันและเวลาทำการของธนาคาร และให้เก็บหลักฐานการชำระเงินไว้ด้วย ทั้งนี้ ผู้สมัครต้องตรวจสอบ ความถูกต้องของข้อมูลในหลักฐานการชำระเงิน หากพบว่าไม่ถูกต้อง ให้รีบติดต่อธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาที่ชำระเงินภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากชำระเงินแล้ว
(2) การชำระเงินผ่านเครื่อง ATM ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้สมัครที่มีบัตร ATM ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สามารถเลือกชำระเงินผ่านเครื่อง ATM ของธนาคารโดยเลือก “บริการอื่น ๆ" จากนั้นเลือก “ชำระค่าบริการ/เติมเงินมือถือ” เลือก “ระบุรหัสบริษัท” ใส่รหัสของ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (Company code) "9491” จากนั้นใส่หมายเลขอ้างอิง Ref. : เลขอ้างอิง ในการชำระเงิน 10 หลัก และ Ref.2 : เลขบัตรประจำตัวประชาชน ใส่จำนวนเงินค่าธรรมเนียมการสมัคร ทั้งนี้ สามารถชำระเงินได้ภายในเวลา 22.00 น. ของวันที่ 31 มกราคม 2569 และเก็บหลักฐานการชำระเงิน ไว้เป็นหลักฐานด้วย
(3) การชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai Next ของธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) โดยผู้สมัครที่มีบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และได้ลงทะเบียน (Register) ขอใช้บริการ แอปพลิเคชั่น "Krungthai Next” แล้ว สามารถชำระเงินผ่านทางแอปพลิเคชัน โดยการแสกน QR code ที่ปรากฏในแบบฟอร์มการชำระเงิน และปฏิบัติตามขั้นตอนที่ระบบกำหนดไว้ ทั้งนี้ สามารถชำระเงินได้ภายในเวลา 22.00 น. ของวันที่ 31 มกราคม 2569 และเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้เป็นหลักฐานด้วย
(4) การชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าดัง” ผู้สมัครที่ได้ลงทะเบียน (Register) ขอใช้ บริการแอปพลิเคชั่น “เป๋าดัง” แล้ว สามารถชำระเงินผ่านทางแอปพลิเคชั่น โดยการแสกน QR code ที่ปรากฏ ในแบบฟอร์มการชำระเงิน และปฏิบัติตามขั้นตอนที่ระบบกำหนดไว้ ทั้งนี้ สามารถชำระเงินได้ภายในเวลา 22.00 น. ของวันที่ 21 มกราคม 2569 และเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้เป็นหลักฐานด้วย
ทั้งนี้ การรับสมัครคัดเลือกจะมีผลสมบูรณ์เมื่อชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครเรียบร้อยแล้ว 5.3 ค่ารรรมเนียมในการสมัคร จำนวน 230 บาท ซึ่งประกอบด้วย
(1) ค่าธรรมเนียมสมัครคัดเลือก จำนวน 200 บาท
(2) ค่าธรรมเนียมธนาคารรวมค่าบริการทางอินเทอร์เน็ด จำนวน 30 บาท
ตาธรรมเนียมในการสมัครและศาบริการดังกล่าวจะไม่จ่ายคืนให้ไม่วากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
5.4 ผู้สมัครที่ชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครคัดเลือกแล้ว จะได้รับเลขประจำตัว ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก โดยจะกำหนดเลขประจำตัวตามลำดับที่ของการชำระค่าธรรมเนียมฯ และสามารถ เข้าไปพิมพ์ใบสมัครที่มีเลขประจำตัวผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกได้ ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เว็บไซต์
https://dmsc.thaijobjob.com
6. เงื่อนไขในการสมัคร
6.1 ผู้สมัครสามารถเลือกสมัครได้เพียง 1 ตำแหน่ง และสามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียว
เท่านั้น
6.2 การสมัครตามชั้นตอนข้างต้น ถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ลงลายมือชื่อ และรับรองความถูกต้อง ของข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น หากผู้สมัครจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 137
6.3 ผู้สมัครต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตาม ประกาศรับสมัคร และต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง ในกรณีที่มี ความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐาน ซึ่งผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกน้ำมายื่น ไม่ตรง หรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัคร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะถือว่าผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก เป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัคร
7. การประกาศรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก และกำหนดวัน เวลา สถานที่คัดเลือก
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะประกาศรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก และกำหนด วัน เวลา สถานที่คัดเลือกให้ทราบภายในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ทางเว็บไซต์
https://dmsc.thaijobjob.com
8. หลักสูตรและวิธีการคัดเลือก
คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะดำเนินการคัดเลือก โดยวิธีการสอบข้อเขียนและการสัมภาษณ์ (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) ดังนี้
8.1 การสอบข้อเขียน (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) เป็นการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถ ที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้
8.2 การสัมภาษณ์ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) เป็นการประเมินความเหมาะสมกับ ตำแหน่งของบุคคล เพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใด เพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อารมณ์ ทัศนคติ จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน คุณธรรม จริยรรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน สังคมและสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณ ไหวพริบ และ บุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น รวมทั้งสมรรถนะหลักและสมรรถนะที่จำเป็นของตำแหน่ง
ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะดำเนินการสอบข้อเขียนเพื่อวัดความรู้ความสามารถ ที่ใช้เฉพาะตำแหน่งก่อน และเมื่อสอบผ่านข้อเขียนแล้ว จึงจะมีสิทธิเข้ารับการสัมภาษณ์เพื่อประเมินความเหมาะสม กับตำแหน่งต่อไป
9. หลักฐานการสมัคร
หลักฐานที่ต้องนำมายื่นในวันสัมภาษณ์
(1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
(2) ใบสมัครที่พิมพ์จากอินเทอร์เน็ต ซึ่งได้อัปโหลดรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี ขนาด 1 x 1.5 นิ้ว และลงลายมือชื่อในใบสมัครให้ครบถ้วน
(3) สำเนาปริญญาบัตร หรือหนังสือรับรองฉบับมหาวิทยาลัยอนุมัติ อย่างใดอย่างหนึ่ง และสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษาตรงตาม ประกาศรับสมัคร โดยต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ ภายในวันปิดรับสมัคร จำนวน อย่างละ 3 ฉบับ
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรชั้นปริญญาบัตรของสถานศึกษา ใดนั้น จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบที่เกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้น ๆ เป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาภายในวันปิดรับสมัคร คือ วันที่ 30 มกราคม 2569
(4) สำเนาหลักฐานอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น ใบสำคัญการสมรส ใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (ในกรณีจือ - นามสกุล ในหลักฐานการสมัครไม่ตรงกัน) เป็นต้น จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
(5) สำเนาเอกสารทางทหาร (ถ้ามี) เช่น หนังสือสำคัญ (แบบ สด.4) และสมุด ประจำตัวทหารกองหนุนประเภทที่ 1 หรือโบสำคัญ (แบบ สด.4) สำหรับทหารกองเกิน และทหารกองหนุน ประเภทที่ 2 หรือใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (แบบ สด.43) จํานวน 1 ฉบับ
ทั้งนี้ ในสำเนาหลักฐานทุกฉบับให้ผู้สมัครเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” ลงชื่อลงวันที่ และระบุเลขประจำตัวกำกับไว้มุมบนด้านขวาทุกหน้าของสำเนาเอกสาร และเรียงเอกสารตามลำาดับ
10. เกณฑ์การตัดสิน
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้ผ่านการคัดเลือก ต้องเป็นผู้ที่ได้คะแนนในการสอบข้อเขียน ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 60 และได้คะแนนการสัมภาษณ์ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
11. การขึ้นบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือก
11.1 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะประกาศขึ้นบัญชิผู้ผ่านการคัดเลือก โดยเรียงลำดับที่ จากผู้ได้คะแนนรวมของการสอบข้อเขียนและการสัมภาษณ์ สูงสุดลงมาตามลำดับ ในกรณีที่มีผู้ได้รับการคัดเลือก ได้คะแนนรวมเท่ากัน จะให้ผู้ที่ได้คะแนนการสัมภาษณ์มากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้าได้คะแนน การสัมภาษณ์เท่ากันอีก ให้ผู้ที่ได้รับเลขประจำตัวผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
11.2 การขึ้นบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือก จะขึ้นบัญชีไว้จนถึงสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2590) แต่ถ้ามีการคัดเลือกในตำแหน่งเดียวกันนี้อีก และได้ประกาศขึ้นบัญชีผู้ผ่าน การคัดเลือกใหม่แล้ว บัญชีผู้ผ่านการคัดเลือกครั้งนี้เป็นอันยกเลิก
12. การบรรจุและแต่งตั้ง
12.1 ผู้ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้ผ่าน การคัดเลือกโดยได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิที่กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น ตามที่ระบุไว้ในข้อ 1
12.2 ในกรณีที่มีผู้ผ่านการคัดเลือกมากกวาจำนวนตำแหน่งว่าง และภายหลังมีตำแหน่ง ว่างเพิ่มอีก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อาจบรรจุและแต่งตั้งผู้ผ่านการคัดเลือกที่เหลืออยู่ดังกล่าว หรือจะ ดำเนินการคัดเลือกใหม่ก็ได้
13. การรับโอนผู้ได้รับการคัดเลือก
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ไม่รับโอนผู้ได้รับการคัดเลือกที่เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภทไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
ตำแหน่งที่ 1 ตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ปฏิบัติการ (ด้านเทคนิคการแพทย์)
1. เงินเดือนที่จะได้รับ
- อัตราเงินเดือนระหว่าง 18,150 - 19,970 บาท หรือตามที่ ก.พ. กำหนด
ทั้งนี้ อัตราเงินเดือนจะเป็นเท่าใดให้เป็นไปตามประกาศกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงือนไขการให้ข้าราชการได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิตาม ชางเงินเดือน ลงวันที่ 25 เมษายน 2554
2. จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก
สำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ
จำนวน 3 อัตรา
3. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับ มอบหมาย
โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ด้านการปฏิบัติการ
(1) ตรวจ วิเคราะห์ตัวอย่างทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ใช้วิธีการ เครื่องมือเทคโนโลยีพื้นฐาน โดยการประกันคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล การบังคับใช้กฎหมายด้านสารารณสุข และเป็นข้อมูลในการป้องกัน วินิจฉัย รักษา พยากรณ์โรค สอบสวนและเฝ้าระวังการระบาดของโรค การประเมินภาวะสุขภาพ คัดกรองสุขภาพ หรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อสุขภาพ ตลอดจนประกอบ การพิจารณาทางอรรถคดี เพื่อสนับสนุนการคุ้มครองผู้บริโภคและสุขภาพของประชาชน
(2) ร่วมวิจัยทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้ได้องค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพและวิทยาศาสตร์การแพทย์ การประเมินความเสี่ยง เตือนภัยสุขภาพ การตั้งเกณฑ์ หรือปรับเปลี่ยนค่ามาตรฐานต่าง ๆ ของประเทศ และการป้องกัน วินิจฉัย รักษา พยากรณ์โรค สอบสวนโรค เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและสนับสนุนสุขภาวะของประชาชน
(3) ร่วมดำเนินการประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยพัฒนา ประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ และรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุน คุ้มครองสุขภาวะของประชาชน
(4) ให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับการเก็บสิ่งส่งตรวจ กับหลักการวิธีวิเคราะห์สำหรับห้องปฏิบัติการด้านการแพทย์ และระบุชนิดสิ่งส่งตรวจที่สอดคล้อง
(5) พิจารณา ตรวจสอบความถูกต้องของวิธีวิเคราะห์ รวมทั้งการแปลผลการควบคุม คุณภาพภายใน และการประเมินคุณภาพโดยองค์กรภายนอก
(6) ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับรายการทดสอบและวิธีทดสอบห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ รวมทั้งการประกันคุณภาพทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์
(7) ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการรับรองห้องปฏิบัติการทางการแพทย์มาตรฐานกระทรวง สาธารณสุข การรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการของสถานพยาบาลตรวจสุขภาพคนหางานที่จะไปทำงาน ต่างประเทศ รวมทั้งการรับรองตามมาตรฐานสากล ISO 15189 และ ISO 15190 ที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบ ทางเคมีคลินิก จุลชีววิทยาคลินิก จุลทรรศนศาสตร์คลินิก โลหิตวิทยา ภูมิคุ้มกันวิทยาคลินิก ธนาคารเลือด และอณูชีววิทยาทางการแพทย์
2. ด้านการวางแผน
วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
3. ด้านการประสานงาน
(1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิด ความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด
(2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
4. ด้านการบริการ
(1) สนับสนุนการถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการหรือเทคโนโลยีแก่บุคคลภายในหน่วยงาน เพื่อให้ความรู้ และให้สามารถดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ
(2) ให้บริการทางวิชาการ เช่น การจัดทำเอกสาร ตำรา คู่มือ เอกสารสื่อเผยแพร่ในรูปแบบ ต่าง ๆ เพื่อการเรียนรู้และความเข้าใจในระดับต่าง ๆ ในด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์
(3) รวมปฏิบัติการในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และองค์กร เพื่อให้เป็นบุคลากรที่มี ความชำนาญและปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(4) นิเทศงานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์หรือด้านอื่นให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถ ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
4. คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ได้รับปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์
5. หลักสูตรการสอบข้อเขียน (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
เป็นการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ประกอบด้วย
1. ความรู้เกี่ยวกับหลักการตรวจวิเคราะห์ทางด้านอณูชีวโมเลกุล
2. ความรู้ความเข้าใจในระบบมาตรฐานสากลที่เกี่ยวกับห้องปฏิบัติการ ได้แก่ ISO 15189 และ ISO 15190
3. ความรู้ขั้นพื้นฐานด้านการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์
4. ความรู้เกี่ยวกับการประกันคุณภาพในการตรวจวิเคราะห์สำหรับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์
ตำแหน่งที่ 2 ตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ปฏิบัติการ (ปริญญาเอก)
1. เงินเดือนที่จะได้รับ
- อัตราเงินเดือนระหว่าง 25,410 - 27,960 บาท หรือตามที่ ก.พ. กำหนด
ทั้งนี้ อัตราเงินเดือนจะเป็นเท่าใดให้เป็นไปตามประกาศกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการให้ข้าราชการได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิตามช่างเงินเดือน ลงวันที่ 25 เมษายน 2554
2. จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
จำนวน 6 อัตรา
3. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับ มอบหมาย
โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ด้านการปฏิบัติการ
(1) ตรวจ วิเคราะห์ตัวอย่างทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ใช้วิธีการ เครื่องมือเทคโนโลยีพื้นฐาน โดยการประกันคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล การบังคับใช้กฎหมายด้านสาธารณสุข และเป็นข้อมูลในการป้องกัน วินิจฉัย รักษา พยากรณ์โรค สอบสวนและเฝ้าระวังการระบาดของโรค การประเมินภาวะสุขภาพ คัดกรองสุขภาพ หรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อสุขภาพ ตลอดจนประกอบ การพิจารณาทางอรรถศดี เพื่อสนับสนุนการคุ้มครองผู้บริโภคและสุขภาพของประชาชน
(2) ร่วมวิจัยทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้ได้องค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพและวิทยาศาสตร์การแพทย์ การประเมินความเสี่ยง เตือนภัยสุขภาพ การตั้งเกณฑ์ หรือปรับเปลี่ยนค่ามาตรฐานต่าง ๆ ของประเทศ และการป้องกัน วินิจฉัย รักษา พยากรณ์โรค สอบสวนโรค เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและสนับสนุนสุขภาวะของประชาชน
(3) ร่วมดำเนินการประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยพัฒนา ประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ และรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานสากล เพื่อสนับสนุน คุ้มครองสุขภาวะของประชาชน
(4) ปฏิบัติงานเกี่ยวกับ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในระดับขั้นสูง ที่มีความยุ่งยากและขับซ้อน โดยอาจทำหน้าที่เป็นหัวหน้าโครงการหรือผู้ร่วมวิจัยหลัก เพื่อสร้าง องค์ความรู้ เทคโนโลยี หรือนวัตกรรม รวมทั้งการเผยแพร่ผลงาน การถ่ายทอดและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และ การนำผลการศึกษาไปใช้สนับสนุนบทบาทห้องปฏิบัติการอ้างอิงระดับชาติ การกำหนดมาตรฐาน 150 15189, ISO/IEC 17025 และ 150 15190 แนวทางทางวิชาการ หรือข้อเสนอเชิงนโยบาย รวมถึงการดำเนินงาน ความร่วมมือกับหน่วยงานภายในประเทศและต่างประเทศ ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
2. ด้านการวางแผน
วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
3. ด้านการประสานงาน
(1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิด ความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด
(2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
4. ด้านการบริการ
เพื่อให้ความรู้ และให้สามารถดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ (1) สนับสนุนการถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการหรือเทคโนโลยีแก่บุคคลภายในหน่วยงาน
(2) ให้บริการทางวิชาการ เช่น การจัดทำเอกสาร ตำรา คู่มือ เอกสารสื่อเผยแพร่ในรูปแบบ ต่าง ๆ เพื่อการเรียนรู้และความเข้าใจในระดับต่าง ๆ ในด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์
(3) ร่วมปฏิบัติการในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และองค์กร เพื่อให้เป็นบุคลากรที่มี ความชำนาญและปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(4) นิเทศงานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์หรือด้านอื่นให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถ ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
4. คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ได้รับปริญญาเอก หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ หรือสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ
5. หลักสูตรการสอบข้อเขียน (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
เป็นการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ประกอบด้วย
1. ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และงานวิจัยขั้นสูง
2. ความรู้ด้านระบบห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และสาธารณสุข และมาตรฐาน ISO ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ISO 15189, SO/IEC 17025 และ ISO 15190
3. ความรู้เกี่ยวกับหลักการวิจัยที่ดี (Good Research Practice) และจริยธรรมที่เกี่ยวข้อง กับงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ งานวิจัย และห้องปฏิบัติการ
4. ความรู้เกี่ยวกับบทบาท ภารกิจ และอำนาจหน้าที่ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์