3. คุณสมบัติของผู้สมัครสอบแข่งขัน
3.1 คุณสมบัติทั่วไป และลักษณะต้องห้าม
ผู้สมัครสอบแข่งขันต้องมีคุเบสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2553 ดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติทั่วไป
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ข. ลักษเนะต้องห้าม
(1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
(2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟันเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.
(3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนหรือตามกฎหมายอื่น
(4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันตีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(5) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรค การเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(6) เป็นบุคคลล้มละลาย
(3) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำ ความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(4) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไก่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือ
หน่วยงานอื่นของรัฐ
(4) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนหรือตามกฎหมายอื่น
(10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือนหรือตามกฎหมายอื่น
(11) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงาน
ในหน่วยงานของรัฐ
ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน ซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม ข.(4) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม (8) หรือ (9) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการใบเกินสองปีแล้ว และในกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และร้องมิใช่กรณีออกจากงานหรือออกจาก ราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ สำหรับผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 ข. (1) ให้มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันได้ แต่จะมีสิทธิได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญในตำแหน่งที่สอบแข่งขันได้ ต่อเมื่อพ้นจากการ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว
สำหรับพระภิกษุหรือสามแนว ทางราชการไม่รับสมัครและไม่อาจให้เข้ารับการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 4 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่ 1/2564 ลงวันที่ 28 กันยายน 2564
3.2 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ดังนี้ ผู้สมัครต้องได้รับคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) หน่วยที่ 1 ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ (ปริญญาตรี) ผู้สมัครสอบต้องได้รับคุณวุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันใน
ทุกสาขาวิชา
(2) หน่วยที่ 2 ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ (ปริญญาโท) ผู้สมัครสอบต้องได้รับคุณวุฒิการศึกษาปริญญาโทหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันใน
ทุกสาขาวิชา
(3) หน่ายที่ 3 ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ (ปริญญาตรี) ผู้สมัครสอบต้อง ได้รับคุณวุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในทุกสาขาวิชา
3.3 ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำน้างาน ก.พ. ในระดับเดียวกับวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครสอบหรือสูงกว่า ภายในกำหนดวันรับสมัคร วันสุดท้ายคือวันที่ 9 มีนาคม 2569
4. การรับสมัครสอบ
ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 ถึงวันที่ 9 มีนาคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ทั้งนี้ในวันที 9 มีนาคม 2569 จะปิดรับสมัครสอบเวลา 24.00 น. และผู้สมัครสอบต้องดำเนินการ ตามขั้นตอน ดังนี้
4.1 ขั้นตอนการสมัคร ดังนี้
(1) เข้าไปที่เว็บไซต์
https://nesor.thaijobjob.com เลือกหัวข้อ รับสมัคร สอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
(2) กรอกใบสมัครออนไลน์ โดยกรอกข้อความให้ถูกต้องและครบถ้วน ปฏิบัติตาม ขั้นตอนที่กำหนด ระบบจะออกแบบฟอร์มการชำระเงินให้โดยอัตโนมัติ
(3) ให้พิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินลงในกระดาษขนาด A4 หรือบันทึกข้อมูล เก็บไว้ในรูปแบบ File ลงในสื่อบันทึกข้อมูล
ในกรณีไม่สามารถพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินหรือบันทึกข้อมูลได้ ผู้สมัครสอบ สามารถเข้าไปพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินหรือบันทึกข้อมูลลงในสื่อบันทึกข้อมูลใหม่ได้อีก แต่จะไม่สามารถ แก้ไขข้อมูลในการกรอกใบสมัครในครั้งแรกที่สมบูรณ์แล้วได้
รายละเอียดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
ในสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
หน่วยที่ 1 ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ (ปริญญาตรี)
จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก 30 ตำแหน่ง
อัตราเงินเดือน 18,150 - 19,970 บาท (อัตราเงินเดือนที่จะได้รับให้เป็นไปตามประกาศสำนักงาน
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่อง กำหนดปัจจัย หลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไข เพื่อกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.พ. รับรอง เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็น ข้าราชการพลเรือนสามัญแรกบรรจุ ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2559)
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการ ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานวิชาการ วิเคราะห์นโยบายและการวางแผน ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย (ทั้งนี้ ต้องสามารถปฏิบัติงานที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้)
โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ดังนี้
1. ด้านการปฏิบัติการ
(1) รวบรวม วิเคราะห์และประมวลนโยบายของรัฐบาลและสถานการณ์เศรษฐกิจ การเมือง และสังคมทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำมาสรุปเสนอแก่ผู้บังคับบัญชาประกอบการกำหนดนโยบาย และเป้าหมายของหน่วยงาน
(2) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เพื่อจัดทำแผน กำกับ ติดตาม และประเมินผลสัมฤทธิ์ของ งาน เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
(3) วิเคราะห์นโยบายผู้บริหาร และเสนอข้อคิดเห็น เพื่อช่วยให้ผู้บังคับบัญชาแปลง เป็นแผนการปฏิบัติงาน แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมที่ช่วยให้นโยบายเหล่านั้นบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้ง
(4) รวบรวมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ ทำความเห็น เสนอแนะ เกี่ยวกับงบประมาณ รายจ่ายประจำปีของรัฐบาลเพื่อการดำเนินการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีของส่วนราชการ และ แผนการบริหารงานงบประมาณ
(5) ช่วยวิเคราะห์และพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับการขอเงินประจำงวด การจัดสรร เงินและการโอนเงินงบประมาณรายจ่ายและเงินประจำงวดให้แก่สวนราชการเพื่อจัดทำเป็นรายงานสรุปเสนอแก่ผู้บังคับบัญชาได้อย่างถูกต้อง
(6) ช่วยตรวจสอบประเมินผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณ และศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับ สถิติด้านต่างๆ เพื่อจัดทำรายงานภาวะเศรษฐกิจ การเงิน การคลังและประมาณการรายได้ รายจ่ายประจำปี
(7) ตรวจสอบรายงาน ประเมินผลและร่างบันทึกรายงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับการจัด งบประมาณ เพื่อควบคุมให้เป็นไปตามหลักวิชา กฎหมาย กฎ ระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี ตลอดจนนโยบายของ
(8) รวบรวมข้อมูลสถิติ และศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องที่จะทำการวิจัยเพื่อให้ทราบ ถึงนโยบาย ยุทธศาสตร์ สภาพแวดล้อมทางสังคมและเศรษฐกิจ รวมตลอดทั้งกฎหมายต่างๆ และใช้ประกอบ การพิจารณาทำแผนวิจัยให้สอดคล้องกันสภาวะและความต้องการของประเทศ
(9) จัดทำแบบสำรวจและดำเนินการสำรวจโครงการวิจัยต่างๆ เพื่อให้โครงการวิจัย ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามเป้าหมายที่กำหนด
(10) ศึกษา วิเคราะห์และกำหนดมาตรฐานในการวิเคราะห์ วิจัยข้อมูล เพื่อให้การ กำกับดูแลและควบคุมคุณภาพงานวิจัยให้ได้มาตรฐานสากล
(13) รวบรวมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ เพื่อประกอบการกำหนดนโยบาย การจัดทำแผน ยุทธศาสตร์และการพัฒนาระบบ รูปแบบ มาตรฐาน หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือแนวทางปฏิบัติ
2. ด้านการวางแผน
(1) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนและภารกิจที่วางไว้ว่ามี ประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพียงใด เพื่อปรับปรุงแผนการดำเนินงานและภารกิจให้ดียิ่งขึ้น
(2) วางแผนการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพสูงสุด
(3) วางระบบและแผนการปฏิบัติงาน ตลอดจนศึกษา ค้นคว้า และวิเคราะห์เรื่อง ต่างๆ เช่น รูปแบบและวิธีการงบประมาณ การบริหารจัดการทางการเงิน เพื่อนำไปประกอบการวิเคราะห์ งบประมาณ หรือพิจารณาหลักเกณฑ์ หรือพัฒนาปรับปรุงระเบียบปฏิบัติต่างๆ เกี่ยวกับการจัดทำและการ บริหารงบประมาณ
(4) เสนอแนะประเด็นสำคัญหรือกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับงานโครงการ การวิจัยเพื่อเป็นประโยชน์ประกอบการวางแผนและออกแบบนโยบาย แผนการ แนวทาง หลักเกณฑ์ มาตรการของ ผู้บังคับบัญชา
3. ด้านการประสานงาน
(1) ประสานงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้ บรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนด
(2) ประสานงานและชี้แจงรายละเอียดต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ได้งานตาม วัตถุประสงค์ของงานและสร้างความเข้าใจอันดีในการปฏิบัติงาน
(3) ประสานงานกับหน่วยงานหรือองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน หรือประชาชนทั่วไป เพ็ทขอความช่วยเหลือและร่วมมือในงานวิเคราะห์โครงการวิจัย ด้านการศึกษา ฝึกอบรม ดูงานและแลกเปลี่ยน ความรู้ความเขียวชาญที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของหน่วยงาน
(4) ช่วยดำเนินการประชุมของคณะกรรมการ หรือประชุมทางวิชาการ การสัมมนา การเสวนาและการจัดทำกิจกรรมทางวิชาการอื่นๆ
4. ด้านการบริการ
(1) จัดทำและพัฒนาคู่มือหรือเอกสารทางวิชาการ ให้คำปรึกษาแนะนำา ช่วยปรับปรุง แก้ไข ตอบปัญหาและชี้แจงเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับงานในหน้าที่ความรับผิดขอบให้แก่เจ้าหน้าที่ระดับรองลงมา ส่วนราชการหรือหน่วยงานต่างๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
(2) ให้คำแนะนำ ตอบปัญหาและชี้แจงเกี่ยวกับงานวิเคราะห์ วิจัย จัดทำคู่มือในการ ปฏิบัติงานที่รับผิดชอบในระดับเบื้องต้นแก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนหรือประชาชนทั่วไป เพื่อให้ผู้ที่สนใจ ได้ทราบข้อมูลและความรู้ต่างๆที่เป็นประโยชน์
(3) จัดเก็บข้อมูลเบื้องต้น ทำสถิติ ปรับปรุงหรือจัดทำฐานข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ ที่เกี่ยวกับงานวิเคราะห์ วิจัย เพื่อให้สอดคล้องและสนับสนุนภารกิจของหน่วยงาน และสนับสนุนการพิจารณา กำหนดนโยบาย แผนงาน หลักเกณฑ์และมาตรการต่างๆ
(4) เผยแพร่ผลงานวิจัยในรูบหนังสือ วารสาร จดหมายข่าว เว็บไซด์ และเทกหาร วิชาการอื่นๆเพื่อถ่ายทอดข้อมูล ความรู้ ความชำนาญแก่ผู้ที่สนใจน้าไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และปฏิบัติ หน้าที่ยืนตามที่ได้รับมอบหมาย
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ได้รับคุณวุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในทุกสาขาวิชา
หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
ทดสอบความรู้ความสามารถโดยวิธีการสอบข้อเขียน ดังนี้
1. การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ การจัดทำแผนงาน/โครงการ การติดตามและประเมินผล การขับเคลื่อนและการพัฒนา
2. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
3. ความรู้ทั่วไปทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ทั้งในสวนหลักการ ทฤษฎี ความรู้ เกี่ยวกับสถานการณ์การพัฒนาในปัจจุบัน และความรู้ทั่วไป
4. บทบาทและภารกิจของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
5. การสรุปและวิเคราะห์บทความภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย
หน่วยที่ 2 ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ (ปริญญาโท)
จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก 10 ทตำแหน่ง
อัตราเงินเดือน 23,180 -23,300 บาท (อัตราเงินเดือนที่จะได้รับให้เป็นไปตามประกาศสำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่อง กำหนดปัจจัย หลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไข เพื่อกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.พ. รับรอง เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็น ข้าราชการพลเรือนสามัญแรกบรรจุ ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2559)
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการ ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานวิชาการ วิเคราะห์นโยบายและการวางแผน ภายใต้การกำกับ แนะน่า ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย (ทั้งนี้ ต้องสามารถปฏิบัติงานที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค)
โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ดังนี้
1. ด้านการปฏิบัติการ
(1) รวบราม วิเคราะห์และประมวลนโยบายของรัฐบาลและสถานการณ์เศรษฐกิจ การเมือง และสังคมทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำมาสรุปเสนอแก่ผู้บังคับบัญชาประกอบการกำหนดนโยบาย และเป้าหมายของหน่วยงาน
(2) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เพื่อจัดทำแผน กำกับ ติดตาม และประเมินผลสัมฤทธิ์ของ งาน เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
(3) วิเคราะห์นโยบายผู้บริหาร และเสนอข้อคิดเห็น เพื่อช่วยให้ผู้บังคับบัญชาแปลง เป็นแผนการปฏิบัติงาน แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมที่ช่วยให้นโยบายเหล่านั้นบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้ง ไว้ได้
(4) รวบรวมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ ทำความเห็น เสนอแนะ เกี่ยวกับงบประมาณ รายจ่ายประจำปีของรัฐบาลเพื่อการดำเนินการจัดทำงบประมาณรายจ่ายป แผนการบริหารงานงบประมาณ และ
(4) ช่วยวิเคราะห์และพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับการขอเงินประจำงวด การจัดสรร เงินและการโอนเงินงบประมาณรายจ่ายและเงินประจำงวดให้แก่ส่วนราชการเพื่อจัดทำเป็นรายงานสรุปเสนอแกผู้บังคับบัญชาได้อย่างถูกต้อง
(6) ช่วยตรวจสอบประเมินผลการใช้จ่ายเงินงบประมาเน และศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับ สถิติด้านต่างๆ เพื่อจัดทำรายงานภาวะเศรษฐกิจ การเงิน การคลังและประมาณการรายได้ รายจ่ายประจำปี
(7) ตรวจสอบรายงาน ประเมินผลและร่างบันทึกรายงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับการจัด งบประมาณ เพื่อควบคุมให้เป็นไปตามหลักวิชา กฎหมาย กฎ ระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี ตลอดจนนโยบายของ ทางราชการ
(8) รวบรวมข้อมูลสถิติ และศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องที่จะทำการวิจัยเพื่อให้ทราบ ถึงนโยบาย ยุทธศาสตร์ สภาพแวดล้อมทางสังคมและเศรษฐกิจ รวมตลอดทั้งกฎหมายต่างๆ และใช้ประกอบ การพิจารณาทำแผนวิจัยให้สอดคล้องกับสภาวะและความต้องการของประเทศ
(9) จัดทำแบบสำรวจและดำเนินการสำรวจโครงการวิจัยต่างๆ เพื่อให้โครงการวิจัย ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามเป้าหมายที่กำหนด
(10) ศึกษา วิเคราะห์และจำหนดมาตรฐานในการวิเคราะห์ วิจัยข้อมูล เพื่อให้การ กำกับดูแลและควบคุมคุณภาพงานวิจัยให้ได้มาตรฐานสากล
(11) รวบรวมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ เพื่อบระกอบการกำหนดนโยบาย การจัดทำแผน ยุทธศาสตร์และการพัฒนาระบบ รูปแบบ มาตรฐาน หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือแนวทางปฏิบัติ
2. ด้านการวางแผน
(1) ริตตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนและภารกิจที่วางไว้ว่ามี ประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพียงใด เพื่อปรับปรุงแผนการดำเนินงานและภารกิจให้ดียิ่งขึ้น
(2) วางแผนการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพสูงสุด
(3) วางระบบและแผนการปฏิบัติงาน ตลอดจนศึกษา ค้นคว้า และวิเคราะห์เรื่อง ต่างๆ เช่น รูปแบบและวิธีการงบประมาณ การบริหารจัดการทางการเงิน เพื่อนำไปประกอบการวิเคราะห์ งบประมาณ หรือพิจารณาหลักเกณฑ์ หรือพัฒนาปรับปรุงระเบียบปฏิบัติต่างๆ เกี่ยวกับการจัดทำและการ บริหารงบประมาณ
(4) เสนอแนะบระเด็นสำคัญหรือกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับงานโครงการ การวิจัยเพื่อเป็นประโยชน์ประกอบการวางแผนและออกแบบนโยบาย แผนการ แนวทาง หลักเกณฑ์ มาตรการของ ผู้บังคับบัญชา
3. ด้านการประสานงาน
(1) ประสานงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้ 1.รรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนด
(2) ประสานงานและชี้แจงรายละเอียดต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ได้งานตาม วัตถุประสงค์ของงานและสร้างความเข้าใจอันดีในการปฏิบัติงาน
(3) ประสานงานกับหน่วยงานหรือองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน หรือประชาชนทั่วไป เพื่อขอความช่วยเหลือและร่วมมือในงานวิเคราะห์โครงการวิจัย ด้านการศึกษา ฝึกอบรม ดูงานและแลกเปลี่ยน ความรู้ความเชี่ยวชาญที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของหน่วยงาน
การเสวนาและการจัดทำกิจกรรมทางวิชาการอื่นๆ (4) ช่วยดำเนินการประชุมของคณะกรรมการ หรือประชุมทางวิชาการ การสัมมนา
4. ด้านการบริการ
(1) จัดทำและพัฒนาคู่มือหรือเอกสารทางวิชาการ ให้คำปรึกษาแนะนำ ช่วยปรับปรุง แก้ไข ตอบปัญหาและชี้แจงเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับงานในหน้าที่ความรับผิดชอบให้แก่เจ้าหน้าที่ระดับรองลงมา สวนราชการหรือหน่วยงานต่างๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
(2) ให้คำแนะนำ ตอบปัญหาและชี้แจงเกี่ยวกับงานวิเคราะห์ วิจัย จัดทำคู่มือในการ ปฏิบัติงานที่รับผิดขอบในระดับเบื้องต้นแก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนหรือประชาชนทั่วไป เพื่อให้ผู้ที่สนใจ ได้ทราบข้อมูลและความรู้ต่างๆที่เป็นประโยชน์
(3) จัดเก็บข้อมูลเบื้องต้น ทำสถิติ ปรับปรุงหรือจัดทำฐานข้อมูลทรียระบบสารสนเทศ ที่เกี่ยวกับงานวิเคราะห์ วิจัย เพื่อให้สอดคล้องและสนับสนุนภารกิจของหน่วยงาน และสนับสนุนการพิจารณา กำหนดนโยบาย แผนงาน หลักเกณฑ์และมาตรการต่างๆ
(4) เผยแพร่ผลงานวิจัยในรูปหนังสือ วารสาร จดหมายข่าว เว็บไซต์ และเอกสาร วิชาการอื่นๆเพื่อถ่ายทอดข้อมูล ความรู้ ความชำนาญแก่ผู้ที่สนใจนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และปฏิบัติ หน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ได้รับคุณวุฒิการศึกษาปริญญาโทหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในทุกสาขาวิชา
หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
ทดสอบความรู้ความสามารถโดยวิธีการสอบข้อเขียน ดังนี้
1. การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ การจัดทำแผนงาน/โครงการ การติดตามและประเมินผล การขับเคลื่อนและการพัฒนา
2. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
3. ความรู้ทั่วไปทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ทั้งในส่วนหลักการ ทฤษฎี ความรู้ เกี่ยวกับสถานการณ์การพัฒนาในปัจจุบัน และความรู้ทั่วไป
4. บทบาทและภารกิจของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
5. การสรุปและวิเคราะห์บทความภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย
หน่วยที่ 3 ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ (ปริญญาตรี)
จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก 3 ตำแหน่ง
อัตราเงินเดือน 18,150 - 19,970 บาท (อัตราเงินเดือนที่จะได้รับให้เป็นไปตามประกาศสำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่อง กำหนดปัจจัย หลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไข เพื่อกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.พ. รับรอง เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็น ข้าราชการพลเรือนสามัญแราบรรจุ ถึงวันที่ 22 กราฎาคม 2554)
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการ ปฏิบัติงานด้านการบริหารจัดการภายในสำนักงานหรือการบริหารราชการทั่วไป ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย (ปฏิบัติงานที่ส่วนกลาง)
โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1 ด้านการปฏิบัติการ
3) ศึกษา รวบรวมข้อมูล สถิติ สรุปรายงาน เพียสนับสนุนการบริหารสำนักงาน ในด้านต่าง ๆ เช่น งานบริหารทรัพยากรบุคคล งานบริหารงบประมาณ งานบริหารแผนปฏิบัติราชการ งานบริหารอาคารสถานที่ และงานสัญญาต่าง ๆ เป็นต้น
2) ปฏิบัติงานเลขานุการของผู้บริหาร เช่น การกลั่นกรองเรื่อง การจัดเตรียม เอกสารสำหรับการประชุม เป็นต้น เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการวินิจฉัยสั่งการของผู้บริหาร
1) จัดเตรียมการประชุม บันทึกและเรียบเรียงรายงานการประชุม และรายงานอื่น ๆ เพื่อให้การบริหารการประชุมมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน
4) ทำเรื่องติดต่อกับหน่วยงานและบุคคลต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้
ช่วยติดตามการปฏิบัติตามมติของที่ประชุม หรือการปฏิบัติตามคำสั่ง ของผู้บริหารของหน่วยงาน เพื่อการรายงานและเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของผู้บังคับบัญชาต่อไป
2. ด้านการวางแผน
วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเป็นการวางแผนการทำงานของหน่วยงาน หรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
3 ด้านการประสานงาน
1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิต ความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด
2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
4. ด้านการบริการ
ตอบปัญหา ชี้แจง และให้คำแนะนำเกี่ยวกับงานในความรับผิดชอบ ในระดับเบื้องต้น แก่หน่วยงานราชการ เอกชน หรือประชาชนทั่วไป เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบข้อมูลและเกิดความเข้าใจ ในงานที่รับผิดชอบ
คุณสมบัติ....
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ได้รับคุณวุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในทุกสาขาวิชา
หลักสูตรและวิธีการสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
ทดสอบความรู้ความสามารถโดยวิธีการสอบข้อเขียน ดังนี้
1. ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเต็ม
2. ความรู้เกี่ยวกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
และที่แก้ไขเพิ่มเติม
3. ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และที่แก้ไข
เพิ่มเติม
4 ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2550
5.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรักษาความลับทางราชการ พ.ศ. 2554
6. ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
7. ความรู้ด้านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
8. บทบาทและภารกิจของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ