ประกาศหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
เรื่อง การรับสมัครและสอบคัดเลือกทหารกองหนุนเข้าเป็นทหารอาสาของกองทัพบก ประจำปีงบประมาณ 2569
กองทัพบก มีความประสงค์รับสมัครและสอบคัดเลือกทหารกองหนุนเข้าเป็นทหารอาสาของ กองทัพบก ประเภทนายทหารสัญญาบัตร และนายทหารประทวน แบบทำสัญญาจ้างคราวละไม่เกิน 4 ปี โดยสามารถต่อสัญญาจ้างได้อีกไม่เกิน 4 ปี (รวมระยะเวลาการจ้างไม่เกิน 4 ปี) เพื่อบรรจุลงในตำแหน่ง ตามอัตราที่กองทัพบกกำหนด จำนวน 620 อัตรา โดยมีรายละเอียดการรับสมัคร ดังนี้
1. ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
1.1 ประเภทนายทหารสัญญาบัตร จำนวน 120 อัตรา (ตามผนวก ก บัญชีตำแหน่ง
เปิดสอบคัดเลือก)
1.2 ประเภทนายทหารประทวน จำนวน 500 อัตรา ดังนี้
1.2.1 ตำแหน่งทั่วไป จำนวน 329 อัตรา (ตามผนวก ข บัญชีตำแหน่งเปิดสอบคัดเลือก)
1.2.2 ตำแหน่งพลขับรถ จำนวน 171 ตามผนวก ค บัญชีตำแหน่งเปิดสอบคัดเลือก)
2. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสอบ
2.1 เพศชาย
2.2 เป็น กำลังพลสำรอง ซึ่งได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้
2.2.1 บุคคลซึ่งเป็นกำลังพลสำรองประเภทหนึ่งตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบ ราชการกระทรวงกลาโหมที่มีการบรรจุในบัญชีบรรจุกำลังตามกฎหมายว่าด้วยกำลังพลสำรอง
2.2.2 ทหารกองหนุนประเภทที่ 1 โดยเป็นทหารที่ปลดจากกองประจำการ ซึ่งรับราชการในกองประจำการจนครบกำหนด หรือทหารกองเกินซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วย การส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร และได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นกองหนุนตามกฎหมายว่าด้วย การรับราชการทหาร
2.3 อายุ
2.3.1 กรณีสอบบรรจุเข้าเป็นทหารอาสาในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตร ต้องมี อายุระหว่าง 18 ปีบริบูรณ์ ถึง 30 ปีบริบูรณ์ (เกิดตั้งแต่ พ.ศ. 2539 - พ.ศ. 2551) นับอายุตามกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหาร
2.3.2 กรณีสอบบรรจุเข้าเป็นทหารอาสาในตำแหน่งนายทหารประทวน มีรายละเอียด ดังนี้
2.3.2.3 กรณีเลือกสอบบรรจุตำแหน่งทั่วไป ต้องมีอายุระหว่าง 18 ปีบริบูรณ์
ถึง 25 ปีบริบูรณ์ (เกิดตั้งแต่ พ.ศ. 2544 - พ.ศ. 2551) นับอายุตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
2.3.2.2 กรณีเลือกสอบบรรจุตำแหน่ง พลขับรถ ต้องมีอายุระหว่าง 22 ปี บริบูรณ์ ถึง 25 ปีบริบูรณ์ (เกิดตั้งแต่ พ.ศ. 2555 - พ.ศ. 2547) นับอายุตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร และมีใบอนุญาตขับรถยนต์ กรมการขนส่งทางบก ในวันรายงานตัวเพื่อเลือกตำแหน่งบรรจุจ้าง
2.4 คุณวุฒิการศึกษา
2.4.1 กรณีสอบบรรจุเข้าเป็นทหารอาสาในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตร ต้องเป็น จากสถานศึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ผู้มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ให้การรับรอง หรือสถานศึกษาในต่างประเทศที่กระทรวงกลาโหมยินยอมให้บรรจุเข้ารับราชการ
2.4.2 กรณีสอบบรรจุเข้าเป็นทหารอาลาในตำแหน่งนายทหารประทวน ต้องสำเร็จ การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
2.5 ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไปตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497
2.6 มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
2.7 ไม่เป็นโรคที่ขัดต่อการเข้ารับราชการทหาร ตามบัญชีชื่อความพิการ ทุพพลภาพ หรือโรคตามกฎกระทรวงฉบับที่ 74 (พ.ศ. 2540) และ ฉบับที่ 76 (พ.ศ. 2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติ รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ และต้องมีความสูงตั้งแต่ 160 เซนติเมตร ขึ้นไป มีขนาดรอบตัวตั้งแต่ 76 เซนติเมตรขึ้นไป ในเวลาหายใจออก และมีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 48 กิโลกรัมขึ้นไป
2.8 ไม่เป็นโรคที่คณะกรรมการพิจารณาแล้ว เห็นว่าไม่เหมาะสม ได้แก่ ตาบอดสี และติดเชื้อ HIV หรือมีสภาพร่างกายที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ในการบรรจุเข้าเป็นทหารอาสา
2.9 ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพ ไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือจิตฟันเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
2.10 เป็นผู้เลื่อมใส่ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมุข
2.11 ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรม ไม่เป็นผู้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือเป็นบุคคลล้มละลาย ตามคำพิพากษาของศาล
2.12 ไม่อยู่ในสมณเพศ
2.13 ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างเป็นจำเลยในคดีอาญา และไม่เคยต้องโทษจำคุกตาม คำพิพากษาของศาลในคดีอาญา ยกเว้นแต่ความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ
2.14 ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างพักราชการเนื่องจากความผิด หรือหนีราชการ
2.15 ไม่เป็นผู้เคยถูกปลดเพราะความผิดหรือถูกไล่ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
2.16 ไม่เคยทุจริตในการสมัครสอบหรือการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนทหาร หรือการ สอบเข้ารับราชการทหารมาก่อน
2.17 ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติด หรือสารเคมีเสพติดให้โทษ
2.18 ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
2.19 ไม่มีรอยสักเห็นอย่างชัดเจนนอกร่มผ้าเมื่อแต่งกายด้วยเครื่องแบบทหาร หรือชุดกีฬา
ของหน่วย (เสื้อคอวี, กางเกงกีฬาขาสั้นหรือเหนือเข่า) หรือมีรอยสักที่มีลักษณะส่งผลกระทบ ต่อภาพลักษณ์ ของทางราชการทหาร
2.20 ผู้สมัครที่ผ่านการสอบคัดเลือกรอบแรก (ภาควิชาการ) จะต้องตั้งค่าการมองเห็น บัญชีโซเชียลมีเดียของผู้สมัครทุกบัญชีเป็นคาสาธารณะ ตั้งแต่วันที่ประกาศผลสอบรอบแรก (ภาควิชาการ) จนถึงวันที่ประกาศผลสอบรอบสุดท้าย หากมีความจำเป็นคณะกรรมการสามารถแจ้งให้ผู้สมัครดำเนินการ เพิ่มเติมเป็นกรณีไป
3. หลักฐานการรับสมัครสอบ ดังต่อไปนี้
3.1 ให้ผู้สมัครเตรียมหลักฐานเพื่อยื่นต่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบในวันที่สมัคร โดยให้ยื่น ฉบับจริงพร้อมสำเนา 2 ขุด โดยผู้สมัครสอบเขียนคำรับรองตนเองว่า ขอรับรองว่าถ่ายสำเนาจากต้นฉบับจริง แล้วลงชื่อกำกับไว้ เมื่อกรรมการรับสมัครตรวจสอบเอกสารแล้ว จะส่งฉบับจริงให้กลับคืน และจะเก็บไว้เป็น หลักฐานเฉพาะฉบับสำเนาเท่านั้น
3.1.1 รูปถ่าย ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 3 รูป
3.1.2 วุฒิการศึกษา เป็นผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรปริญญาตรี ไม่จำกัดสาขา สำหรับผู้สมัครประเภทนายทหารสัญญาบัตร และเป็นผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า สำหรับผู้สมัครประเภทนายทหารประทวน
3.1.3 บัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัคร
3.1.4 หนังสือสำคัญทหารกองหนุนประเภทที่ 1 (แบบ สด.8) หรือสำเนาทะเบียน กองประจำการ (แบบ สด.3) ที่มีรายการบันทึกการปลดเรียบร้อยแล้ว (กรณีทหารกองประจำการที่จะปลดออก จากกองประจำการ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ให้ใช้หนังสือรับรองการปลดจากกองประจำการ ลงนามโดย ผู้บังคับบัญชาระดับผู้บังคับกองพันหรือเทียบเท่า)
3.1.5 ทะเบียนบ้านของผู้สมัคร บิดาและมารดา
3.1.6 ใบเปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุล ของตนเอง, บิตา หรือ มารดา (ถ้ามี)
3.1.7 หลักฐานคะแนนเพิ่มต่าง ๆ (ถ้ามี) ได้แก่
3.1.7.1 บุตรทหาร, ข้าราชการ, ลูกจ้างประจำ, อาสาสมัครทหารพราน, พนักงานราชการ และพลอาสาสมัคร สังกัดกองทัพบก ที่ยังรับราชการ หรือเคยรับราชการในกองทัพบกมาแล้ว ตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไป
เว้น ผู้ถูกปลดออกจากราชการ เนื่องจากมีความบกพร่องต่อหน้าที่
3.1.7.2 นักศึกษาวิชาทหาร
3.1.7.3 ลูกจ้างชั่วคราว, ลูกจ้างประจำ, อาสาสมัครทหารพราน และ พนักงานราชการ สังกัดกองทัพบก ที่ยังปฏิบัติงานในกองทัพบก
3.1.7.4 ผู้มีวุฒิการศึกษา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (เฉพาะชั้นประทวน)
3.1.7.5 บุคคลที่สมัครเข้ารับราชการทหารกองประจำการโดยวิธีร้องขอ(กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ และไม่ใช้สิทธิลดวันรับราชการ
3.1.7.6 ทหารกองหนุนที่เคยรับราชการกองประจำการแล้ว
3.1.7.7 สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตรส่งทางอากาศ
3.1.7.8 ปฏิบัติราชการสนาม 120 วันขึ้นไป
3.1.7.9 ทหารกองหนุนที่รับราชการครบตามกำหนดเวลา แล้วสมัครใจ ขอรับราชการต่อด้วยการขอเลื่อนกำหนดปลดฯ
3.1.7.10 กำลังพลที่มีรายชื่อตามคำสั่งจักรพงษ์ภูวนารถ 681 - ทบ.
3.1.8 โบอนุญาตขับรถยนต์ กรมการขนส่งทางบก (กรณีเลือกบรรจุตำแหน่งพลขับรถ)
3.2 หลักฐานตามข้อ 3.1.1 - 3.1.6 ให้ผู้สมัครสอบยื่นในวันที่สมัครสอบเท่านั้น สำหรับ หลักฐานข้อ 3.3.7 ผ่อนผันให้ยื่นเพิ่มเติมในวันสอบสัมภาษณ์ได้ ส่วนหลักฐานข้อ 3.1.8 ให้ยื่นในวันเลือก ตำแหน่ง
4 กำหนดการ
4.1 สมัครได้ด้วยตนเอง ณ สถานที่รับสมัคร 35 แห่ง ดังนี้
4.1.1 ผู้ที่มีความประสงค์บรรจุเป็นทหารอาสา สังกัดหน่วยทหารในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 1 ให้ยื่นใบสมัครต่อหน่วยรับสมัคร ดังนี้
4.1.1.1 หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เลขที่ 2 ถนนเจริญกรุง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
จังหวัดปราจีนบุรี
4.1.1.2 มณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายจักรพงษ์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี
จังหวัดลพบุรี
4.1.1.3. มณฑลทหารบกที่ 13 ถนนนารายณ์มหาราช อำเภอเมืองลพบุรี
จังหวัดชลบุรี
4.1.1.4 มณฑลทหารบกที่ 14 ค่ายนวมินทราชินี อำเภอเมืองชลบุรี
จังหวัดเพชรบุรี
4.1.1.5 มณฑลทหารบกที่ 15 ค่ายรามราชนิเวศน์ อำเภอเมืองเพชรบุรี
จังหวัดราชบุรี
4.1.1.6 มณฑลทหารบกที่ 16 ค่ายภาณุรังสี อำเภอเมืองราชบุรี
จังหวัดกาญจนบุรี
4.1.1.7 มณฑลทหารบกที่ 17 ค่ายสุรสีห์ อำเภอเมืองกาญจนบุรี
จังหวัดสระบุรี
4.1.1.8 มณฑลทหารบกที่ 18 ค่ายอดิศร อำเภอเมืองสระบุรี
สระแก้ว
4.1.1.9 มณฑลทหารบกที่ 19 ค่ายสุรสิงหนาท อำเภออรัญประเทศ จังหวัด
4.1.2 ผู้ที่มีความประสงค์บรรจุเป็นทหารอาสา สังกัดหน่วยทหารในพื้นที่
กองทัพภาคที่ 2 ให้ยื่นใบสมัครต่อหน่วยรับสมัคร ดังนี้
นครราชสีมา
4.1.2.1 มณฑลทหารบกที่ 21 ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัด
จังหวัดอุบลราชธานี
4.1.2.2 มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ
จังหวัดขอนแก่น
4.1.2.3 มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร์ อำเภอเมืองขอนแก่น
จังหวัดอุดรธานี
4.1.2.4 มณฑลทหารบกที่ 24 ค่ายประจักษ์ศิลปาคม อำเภอเมืองอุดรธานี
จังหวัดสุรินทร์
4.1.2.5 มณฑลทหารบกที่ 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน อำเภอเมืองสุรินทร์
อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
4.1.2.6 มณฑลทหารบกที่ 26 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก
4.1.2.7 มณฑลทหารบกที่ 27 ค่ายประเสริฐสงคราม อำเภอเมืองร้อยเอ็ด
จังหวัดร้อยเอ็ด
4.1.2.8 มณฑลทหารบกที่ 28 ค่ายศรีสองรัก อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย
4.1.2.9 มณฑลทหารบกที่ 29 ค่ายกฤษณ์สีวะรา อำเภอเมืองสกลนคร
จังหวัดสกลนคร
4.1.2.10 มณฑลทหารบกที่ 210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง อำเภอเมืองนครพนม
จังหวัดนครพนม
4.1.3 ผู้ที่มีความประสงค์บรรจุเป็นทหารอาสา สังกัดหน่วยทหารในพื้นที
กองทัพภาคที่ 3 ให้ยื่นใบสมัครต่อหน่วยรับสมัคร ดังนี้
4.1.3.1 มณฑลทหารบกที่ 31 ค่ายจิรประวัติ อำเภอเมืองนครสวรรค์
จังหวัดนครสวรรค์
4.1.3.2 มณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี อำเภอเมืองลำปาง
จังหวัดลำปาง
4.1.3.3 มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ อำเภอเมืองเชียงใหม่
จังหวัดเชียงใหม่
4.3.3.4 มณฑลทหารบกที่ 34 ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช อำเภอเมืองพะเยา
จังหวัดพะเยา
4.1.3.5. มณฑลทหารบกที่ 35 ค่ายพระยาพิชัยดาบหัก อำเภอเมืองอุตรดิตถ์
จังหวัดอุตรดิตถ์
4.1.3.6 มณฑลทหารบกที่ 36 ค่ายพ่อขุนผาเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์
จังหวัดเพชรบูรณ์
4.1.3.7 มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย
จังหวัดเชียงราย
4.3.3.8 มณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน
4.3.3.9 มณฑลทหารบกที่ 39 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
4.1.3.10 มณฑลทหารบกที่ 310 ค่ายวชิรปราการ อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก
4.3.4 ผู้ที่มีความประสงค์บรรจุเป็นทหารอาสา สังกัดหน่วยทหารในพื้นที่
กองทัพภาคที่ 4 ให้ยื่นใบสมัครต่อหน่วยรับสมัคร ดังนี้
4.1.4.1 มณฑลทหารบกที่ 41 ค่ายวชิราวุธ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
จังหวัดนครศรีธรรมราช
4.1.4.2 มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่
จังหวัดสงขลา
4.1.4.3 มณฑลทหารบกที่ 43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อำเภอทุ่งสง
จังหวัดนครศรีธรรมราช
4.1.4.4 มนฑลทหารบกที่ 445 ค่ายเขตอุดมศักดิ์ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
4.1.4.5 มณฑลทหารบกที่ 45 ค่ายวิภาวดีรังสิต อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
4.1.4.6 มณฑลทหารบกที่ 46 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก
จังหวัดปัตตานี
4.1.5 การรับสมัครในพื้นที่ส่วนกลาง สำหรับผู้ที่มีความประสงค์บรรจุเป็น ทหารอาสา สังกัดหน่วยทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2, กองทัพภาคที่ 3 และ กองทัพภาคที่ 4 แต่มีภูมิลำเนา หรือประกอบอาชีพในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สามารถยืนใบสมัครได้ที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เลขที่ 2 ถนนเจริญกรุง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (ทั้งนี้ต้องเดินทางไปสอบ คัดเลือกตามสนามสอบกองทัพภาค ที่มีความประสงค์บรรจุ)
4.2 รับสมัครห้วงวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2569 ในวันเวลาราชการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ผู้สมัครสอบสามารถยื่นใบสมัตร ณ สถานที่รับสมัคร ได้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งจะต้องดำเนินการตามขั้นตอน และเงื่อนไขการสมัครสอบ ดังนี้
4.2.1 ผู้สมัครสอบต้องกรอกข้อความในใบสมัครให้ถูกต้องครบถ้วน และรับรอง ตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติสำหรับตำแหน่งตรงตามประกาศรับสมัครจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจาก ผู้สมัครสอบ หรือตรวจสอบพบว่าเอกสารหลักฐานซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นเป็นเท็จ ไม่ตรงตามความจริง ของผู้สมัคร หรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็น ผู้ขาดคุณสมบัติ ในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และถือว่าการสอบในครั้งนี้เป็นโมฆะจะไม่มีสิทธิ์ ในการสอบครั้งต่อไป
4.2.2 ผู้สมัครสอบสามารถแจ้งความประสงค์จะบรรจุเข้าเป็นทหารอาสาได้เพียง 1 ประเภท (นายทหารสัญญาบัตร หรือนายทหารประทวน)
4.2.3 ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติสำหรับตำแหน่ง ของผู้มีสิทธิ์สมัครสอบ ในข้อ 2.4 โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ ก่อนวันเลือกตำแหน่งบรรจุจ้าง คือ วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569
4.3 การสอบคัดเลือกรอบแรก (ภาควิชาการ) วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 10.00 นาฬิกา สำหรับผู้ที่มาไม่ทันภายในเวลา 10.15 นาฬิกา จะถือว่าหมดสิทธิ์ในการสอบภาควิชาการ โดยสนามสอบคัดเลือกแต่ละกองทัพภาค (ผู้สมัครสอบระบุในใบสมัคร) ดังนี้
4.3.1 กองทัพภาคที่ 1 ณ โรงเรียนรักษาดินแดน ศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร ซอยวิภาวดีรังสิต 4 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
4.3.2 กองทัพภาคที่ 2 ณ สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
4.3.3 กองทัพภาคที่ 3 ณ สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
45.3.4 กองทัพภาคที่ 4 ณ โรงเรียนโยธินบำรุง ค่ายวชิราวุธ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
4.4 การประกาศผลสอบภาควิชาการ วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 10.00 นาฬิกา ปิดประกาศ ณ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน, กองทัพภาคที่ 1-4 และทางเว็บไซต์
http://www.tdc.mi.th
4.5 การสอบรอบที่ 2
4.5.1 ผู้สมัครสอบ
คัดเลือกประเภทนายทหารสัญญาบัตร ปฏิบัติดังนี้
4.5.1.1 การทดสอบสมรรถภาพร่างกายและตรวจประวัติอาชญากร วันอังคารที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 06.00 นาฬิกา ณ ลานราม ปร. หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
4.5.1.2 การสอบสัมภาษณ์ วันพุธที่ 29 เมษายน 2569 ตั้งแต่เวลา 07.30 นาฬิกา ณ อาคารสวนเจ้าเชตุ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
4.5.1.3 การตรวจโรค ตรวจเลือด ปัสสาวะ เอกซเรย์ปอด และการทดสอบ ด้านจิตเวช วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 07.00 นาฬิกา ณ อาคารมงกุฎเกล้าเวชวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า (ผู้สมัครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามที่โรงพยาบาลกำหนด จํานวน 1,730 บาท)
4.5.2 ผู้สมัครสอบ
คัดเลือกประเภทนายทหารประทวน ปฏิบัติดังนี้
4.5.2.1 การทดสอบสมรรถภาพร่างกายและตรวจประวัติอาชญากร วันอังคารที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 06.00 นาฬิกา ณ กองทัพภาคที่ 1 - 4 (สถานที่ตามที่กองทัพภาคที่ 1 - 4 กำหนด)
4.5.2.2 การสอบสัมภาษณ์ วันพุธที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 07.30 นาฬิกา ณ กองทัพภาคที่ 1 - 4 (สถานที่ตามที่กองทัพภาค 1 - 4 กำหนด)
4.5.2.3 การตรวจโรค ตรวจเลือด ปัสสาวะ เอกซเรย์ปอด และการทดสอบ ด้านจิตเวช วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 07.00 นาฬิกา ณ โรงพยาบาลสังกัดกองทัพบก ตามที่ กองทัพภาคที่ 1 - 4 กำหนด (ผู้สมัครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามที่โรงพยาบาลกำหนด จำนวน 550 บาท)
4.6 การประกาศผลสอบขั้นสุดท้าย โดยประกาศผู้ที่สอบได้คะแนนรวมสูงสุด (ภาควิชาการรวมกับคะแนนเพิ่มพิเศษ) และผ่านเกณฑ์การสอบสัมภาษณ์, การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย, การตรวจโรค, การทดสอบด้านจิตเวช, และการตรวจประวัติอาชญากรทุกขั้นตอน จะได้รับการประกาศชื่อเพื่อเลือกตำแหน่งเข้าบรรจุเป็นทหารอาสาประเภทนายทหารสัญญาบัตร และนายทหารประทวน ตามตำแหน่ง ที่กองทัพบกกำหนด และจะประกาศตัวอะไหล่ไว้อีกจำนวนหนึ่ง ในวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 นาฬิกา ปิดประกาศ ณ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน, กองทัพภาคที่ 1-4 และทางเว็บไซต์
http://www.tdc.mi.th
4.7 การเลือกตำแหน่งบรรจุ (จ้าง) วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 ดังนี้
4.3.1 การเลือกตำแหน่งบรรจุ (จ้าง) จะทำการเลือกตำแหน่งจากผู้สอบคัดเลือก ที่มีคะแนนรวมสูงสุด โดยเรียงตามลำดับจากตัวจริงไปจนถึงตัวอะไหล่ จนกว่าจะครบตามตำแหน่งที่เปิดบรรจุ ของแต่ละกองทัพภาค ผู้ที่ผานการสอบคัดเลือกรอบสุดท้ายมารายงานตัวแล้วไม่ประสงค์เลือกตำแหน่ง ตามลำดับ หรือไม่มารายงานตัวตามวันและเวลาที่กำหนด จะถือว่าสละสิทธิ์ และจะเรียกบุคคลอะไหล่ บรรจุแทนทันที
4.3.1.1 ประเภทนายทหารสัญญาบัตร รายงานตัว เวลา 07.30 นาฬิกา ณ อาคารสวนเจ้าเชตุ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน โดยดำเนินการเลือกตำแหน่ง เวลา 10.30 นาฬิกา
4.7.1.2 ประเภทนายทหารประทวน รายงานตัว เวลา 07.30 นาฬิกา ณ กองทัพภาคที่ 1. กองทัพภาคที่ 2. กองทัพภาคที่ 3 และกองทัพภาคที่ 4 (ตามที่สอบคัดเลือก) โดยดำเนินการเลือกตำแหน่ง เวลา 10.330 นาฬิกา
4.7.2 กรณีการเลือกตำแหน่ง ทั้งตัวจริงและตัวอะไหล่ดำเนินการเลือกตำแหน่ง ตามกองทัพภาคที่ 1 - 4 ที่กำหนด จนครบทุกคนแล้ว แต่ยังมีตำแหน่งว่างการบรรจุ (จ้าง) ในแต่ละกองทัพภาค หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน จะเรียกตัวอะไหล่ จากบัญชีตัวอะไหล่รวมที่ขออนุมัติกองทัพบกไว้ และตัวอะไหล่นั้น มีความประสงค์บรรจุ (จ้าง) ในกองทัพภาคอื่น ๆ เพื่อบรรจุ (จ้าง) ให้ครบตามจำนวนที่กองทัพบกกำหนด ดังนี้
4.7.2.1 ในกรณีผู้ผ่านการสอบคัดเลือกทั้งตัวจริงและตัวอะไหล่สละสิทธิ์ ในการเลือกตำแหน่งของกองทัพภาคตนเอง จะไม่มีสิทธิ์ในการเลือกตำแหน่งข้ามกองทัพภาคไปโดยปริยาย
4.3.2.2 ประเภทนายทหารสัญญาบัตร ทำการเลือกตำแหน่งหลังจากเสร็จสิ้น การเลือกตำแหน่งของแต่ละกองทัพภาคเรียบร้อยแล้ว ณ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
4.7.2.3 ประเภทนายทหารประทวน ทำการเลือกตำแหน่งทางระบบการ ประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (VIC) หลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตำแหน่งของแต่ละกองทัพภาคเรียบร้อยแล้ว โดยจะทำการเลือกตำแหน่งในห้วงบ่าย ซึ่งคณะกรรมการฯ จะพิจารณาเวลาในการเลือกตำแหน่งอีกครั้ง ณ สถานที่ตามที่แต่ละกองทัพภาคกำหนด (ตามที่สอบคัดเลือก)
5. รายละเอียดการสอบคัดเลือก
5.1 การสอบคัดเลือกภาควิชาการ จำนวน 100 ข้อ โดยกำหนดขอบเขต และเนื้อหาการ สอบคัดเลือก (นายทหารสัญญาบัตร ความรู้พื้นฐานระดับปริญญาตรี และนายทหารประทวน ความรู้พื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) ดังนี้
5.2 ผู้ที่ผ่านการสอบคัดเลือกภาควิชาการ จะต้องมารายงานตัว เพื่อเข้ารับการทดสอบ สมรรถภาพร่างกาย (ดันพื้น, กระดานคว่ำ และวิ่ง ระยะทาง 2 กิโลเมตร) ตรวจความสมบูรณ์ของร่างกาย ตรวจโรค ทดสอบจิตเวช สัมภาษณ์ ตามวัน เวลา และสถานที่ ที่กำหนด
6. สามารถตรวจสอบรายละเอียดการรับสมัครและสอบคัดเลือกทหารกองหนุนเข้าเป็น ทหารอาสาของกองทัพบก ทางเว็บไซต์
http://www.tdc.mi.th หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองการควบคุมกำลังพลสำรอง หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เลขที่ 2 ถนนเจริญกรุง แขวง พระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 หมายเลขโทรศัพท์ 0 2223 3245 หมายเลข โทรศัพท์เคลื่อนที 09 9453 2401
** โปรดอ่านรายละเอียดในไฟล์ประกาศ ด้านล่าง อีกครั้ง **