ข. ลักษณะต้องห้าม
(1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
(2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟันเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.
ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
(3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
(4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(5) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง
หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(6) เป็นบุคคลล้มละลาย
(7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิด ทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้
หรือตามกฎหมายอื่น
(10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออกเพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้ หรือ
ตามกฎหมายอื่น
(11) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงาน
ในหน่วยงานของรัฐ
ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 ข. (4) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะ ต้องห้ามตาม (8) หรือ (9) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมีลักษณะ ต้องห้ามตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงาน หรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ สำหรับผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 ข. (1) ให้มีสิทธิ สมัครสอบได้ แต่จะมีสิทธิได้รับบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญที่สอบแข่งขันได้ต่อเมื่อพ้นจากการเป็น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว
สำหรับพระภิกษุหรือสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครสอบ และไม่อาจให้เข้าสอบได้ ทั้งนี้ ตามคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่ 1/2564 ลงวันที่ 28 กันยายน 2564 เรื่อง กรณีภิกษุสามเณรเรียนวิชา หรือสอบแข่งขันอย่างคฤหัสถ์ พ.ศ. 2564
1.4 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งและระดับวุฒิการศึกษาตรงตาม ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการของส่วนราชการ
2. วิธีดำเนินการ
2.1 สำนักงาน ก.พ. จะดำเนินการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป สำหรับผู้สอบผ่าน การสอบตามข้อ 1 ของส่วนราชการต่าง ๆ ประจำปี 2569
2.2 ส่วนราชการส่งข้อมูลผู้สอบผ่านการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ผู้สอบผ่านการสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง หรือผู้สอบผ่านการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถ ที่ใช้เฉพาะตำแหน่งและความเหมาะสมกับตำแหน่งของส่วนราชการ ประจำปี 2569 ให้สำนักงาน ก.พ. ก่อนวันเปิดรับสมัครตามกำหนดการที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด
2.3 กำหนดการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป สำหรับส่วนราชการต่าง ๆ ประจำปี 2569 ดังรายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบท้าย
3. การรับสมัครสอบ
3.1 ผู้สมัครสอบสามารถกรอกข้อมูลการสมัครสอบได้ที่เว็บไซต์
https://job2.ocsc.go.th หัวข้อ
“การสอบภาค ก. พิเศษ สำหรับผู้สอบผ่านของส่วนราชการแล้ว ประจำปี 2569" ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 น. ถึงวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)
3.2 ผู้สมัครสอบจะต้องสมัครสอบตามขั้นตอนภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 กรอกข้อมูลการสมัครสอบ อัปโหลด (upload) รูปถ่าย และพิมพ์แบบฟอร์ม
การชำระเงิน
(1) เข้าเว็บไซต์
https://job2.ocsc.go.th หัวข้อ
“การสอบภาค ก. พิเศษ สำหรับ ผู้สอบผ่านของส่วนราชการแล้ว ประจำปี 2569” หัวข้อย่อย “สมัครสอบ” แล้วกรอกข้อมูลส่วนบุคคล ให้ถูกต้องและครบถ้วน เมื่อยืนยันการสมัครสอบแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้
(2) ระบบรับสมัครสอบจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลการสอบผ่าน การวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของผู้สมัครสอบ กรณีที่ระบบตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้สมัครสอบเป็นผู้สอบผ่าน การวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ในระดับวุฒิการศึกษาใดแล้ว ผู้สมัครสอบจะไม่สามารถ สมัครสอบในระดับวุฒิการศึกษาเดียวกันหรือต่ำกว่าได้
ยกเว้นกรณีที่ผลการสอบผ่านของผู้สมัครสอบเป็นโมฆะ
เฉพาะกรณีไม่สำเร็จ การศึกษาภายในปีการศึกษาที่กำหนดในครั้งนั้น ๆ ผู้สมัครสอบจะต้องกรอกคำร้องขอเป็นผู้มีสิทธิสมัครสอบ พร้อมแนบไฟล์สำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) หรือเอกสารอื่น ๆ ผ่านเว็บไซต์
https://job2.ocsc.go.th ภายในวันปิดรับสมัครสอบ ทั้งนี้ เมื่อสำนักงาน ก.พ. พิจารณาแล้วเห็นว่า หนังสือรับรองผล การสอบผ่านดังกล่าวเป็นโมฆะจริงตามหลักฐานที่แนบมา ผู้สมัครสอบจึงจะสมัครสอบใหม่ได้ โดยหนังสือรับรองผล การสอบผ่านฉบับนั้นจะไม่สามารถนำไปใช้ได้อีกต่อไป
(3) ผู้สมัครสอบต้องอัปโหลดรูปถ่ายของตนเอง ที่เป็นรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน พื้นหลังไม่มีลวดลาย (ประเภทของไฟล์เป็น JPG ขนาดไฟล์ไม่น้อยกว่า 40 KB) โดยต้องเป็นรูปถ่ายที่ใช้ในการสมัครงานที่มีความชัดเจนและเหมือนตัวจริง เพื่อประกอบการ ตรวจสอบก่อนเข้าห้องสอบ และการดำเนินการตามประกาศนี้
หากไม่อัปโหลดรูปถ่าย ผู้สมัครสอบจะไม่สามารถชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบได้ และไม่สามารถพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินได้
รูปถ่ายที่อัปโหลดจะปรากฏบนบัตรประจำตัวสอบและหนังสือรับรองผลการสอบผ่าน การวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. และไม่สามารถแก้ไขได้
กรณีที่ผู้สมัครสอบไม่ได้อัปโหลดรูปถ่าย จะไม่สามารถพิมพ์บัตรประจำตัวสอบได้ ทั้งนี้ การไม่มีบัตรประจำตัวสอบจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสอบ
(4) ระบบจะกำหนดแบบฟอร์มการชำระเงินที่มี QR Code ให้ผู้สมัครสอบสามารถ สแกนชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน "Krungthai Next” หรือ “เป๋าดัง” ได้ทันที หรือสามารถพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงิน ลงในกระดาษขนาด A4 เพื่อชำระเงินในภายหลัง หรือหากไม่มีเครื่องพิมพ์ในขณะนั้น ให้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ใน รูปแบบ File ลงในสื่อบันทึกข้อมูล
ในกรณีที่แบบฟอร์มการชำระเงินสูญหาย หรือกรอกใบสมัครแล้วแต่ยังไม่ได้พิมพ์ แบบฟอร์มการชำระเงิน ผู้สมัครสอบสามารถเข้าไปค้นหาในระบบรับสมัครสอบ และพิมพ์แบบฟอร์ม การชำระเงินใหม่ได้
ขั้นตอนที่ 2 ชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ
(1) ผู้สมัครสอบต้องชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบตั้งแต่วันที่ 19 - 26 พฤษภาคม 2569 ภายในเวลา 22.00 น.
(2) ผู้สมัครสอบต้องชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ จำนวน 280 บาท ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมสอบ จำนวน 250 บาท และค่าธรรมเนียมธนาคารรวมค่าบริการทางอินเทอร์เน็ต คิดสูงสุดไม่เกิน 30 บาท โดยค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะไม่จ่ายคืนให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
(3) ผู้สมัครสอบสามารถชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบได้ 4 ช่องทาง คือ
- ช่องทางที่ 1 ชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา ทั่วประเทศ ภายในวันและเวลาทำการของธนาคาร และตามวัน เวลาที่กำหนดในแบบฟอร์มการชำระเงิน และ ให้เก็บหลักฐานการชำระเงินไว้ด้วย ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในหลักฐาน การชำระเงิน หากพบว่าไม่ถูกต้องให้รีบติดต่อธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาที่ชำระเงินทันที
- ช่องทางที่ 2 ชำระเงินผ่านเครื่อง ATM ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตามวัน เวลาที่กำหนดในแบบฟอร์มการชำระเงิน โดยผู้สมัครสอบที่มีบัตร ATM ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สามารถน้าแบบฟอร์มการชำระเงิน ไปทำรายการชำระเงินผ่านเครื่อง ATM ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยเลือกประเภทบริการ "บริการอื่น ๆ" เลือก "ชำระค่าบริการ/เติมเงินมือถือ” เลือก “สาธารณูปโภค/อื่น ๆ" และเลือก “ระบุรหัสบริษัท/Biller ID" แล้วระบุรหัสบริษัทเป็น “92474” และปฏิบัติตามขั้นตอนที่ระบบ กำหนดไว้ และให้เก็บหลักฐานการชำระเงิน (Slip) ไว้เป็นหลักฐานด้วย
-ช่องทางที่ 3 ชำระเงินผ่านทางแอปพลิเคชั่น "Krungthai Next” ตามวัน เวลา ที่กำหนดในแบบฟอร์มการชำระเงิน โดยผู้สมัครสอบที่มีบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ได้ลงทะเบียน (Register) ขอใช้บริการแอปพลิเคชับ "Krungthai Next" แล้ว สามารถนำรหัส QR Code ไปทำรายการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน "Krungthai Next" โดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่ระบบกำหนดไว้ และให้เก็บ หลักฐานการชำระเงิน (Slip) ไว้เป็นหลักฐานด้วย
-ช่องทางที่ 4 ชำระเงินผ่านทางแอปพลิเคชัน “เป๋าดัง" ตามวัน เวลาที่กำหนด ในแบบฟอร์มการชำระเงิน โดยผู้สมัครสอบที่ได้ลงทะเบียน (Register) ขอใช้บริการแอปพลิเคชัน “เป๋าดัง” แล้ว สามารถนำรหัส QR Code ไปทำรายการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าดัง” โดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่ระบบ กำหนดไว้ และให้เก็บหลักฐานการชำระเงิน (Slip) ไว้เป็นหลักฐานด้วย
การสมัครสอบจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ต่อเมื่อผู้สมัครได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ
เรียบร้อยแล้ว
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบสถานะการสมัครสอบ
หลังจากที่ได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบไปแล้ว 1 วัน ให้ผู้สมัครสอบ ตรวจสอบสถานะการสมัครสอบทางเว็บไซต์
https://job2.ocsc.go.th หัวข้อ “การสอบภาค ก. พิเศษ สำหรับ ผู้สอบผ่านของส่วนราชการแล้ว ประจำปี 2569” หัวข้อย่อย "ตรวจสอบสถานะการสมัครสอบ" โดยกรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เพื่อตรวจสอบสถานะการสมัครสอบ
กรณีผู้สมัครสอบที่สมัครสอบเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว มีความประสงค์จะขอเปลี่ยนรูปถ่าย ที่ได้อัปโหลด (upload) ไว้แล้ว สามารถยื่นคำร้องและอัปโหลดรูปถ่ายใหม่ได้ได้ระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม ถึง 3 มิถุนายน 2569 ผ่านระบบรับสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ต
ขั้นตอนที่ 4 พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ
ผู้สมัครสอบสามารถพิมพ์บัตรประจำตัวสอบได้ ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 จนถึง วันที่ผู้สมัครเข้าสอบ ที่เว็บไซต์
https://job2.ocsc.go.th หัวข้อ “การสอบภาค ก. พิเศษ สำหรับผู้สอบผ่าน ของส่วนราชการแล้ว ประจำปี 2569” หัวข้อย่อย ค้นหาสถานที่สอบและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ" โดยกรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หรือกรอกข้อมูลบัตรประจำตัว ประชาชน เพื่อพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ พร้อมลงลายมือชื่อ และนำไปแสดงตนในการเข้าห้องสอบในวันสอบ
ทั้งนี้ บัตรประจำตัวสอบถือเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องนำไปแสดงตนเพื่อใช้ในการเข้าห้องสอบ หากไม่มีบัตรประจำตัวสอบ หรือมีบัตรประจำตัวสอบแต่รูปถ่ายที่ปรากฏบนบัตรประจำตัวสอบไม่เป็นไปตาม เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในขั้นตอนที่ 1 ให้ถือเป็นความบกพร่องของผู้สมัครสอบ และจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสอบ
4. เงื่อนไขการสมัครสอบ
4.1 ผู้สมัครสอบสามารถสมัครสอบได้เพียง 1 ระดับวุฒิการศึกษา และสมัครได้เพียงครั้งเดียว เท่านั้น เมื่อชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลการสมัครสอบได้
4.2 ผู้สมัครสอบที่สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ในระดับ วุฒิการศึกษาใดแล้ว จะไม่สามารถสมัครสอบในระดับวุฒิการศึกษาเดียวกันหรือต่ำกว่าได้
4.3 การกำหนดวัน เวลา และสถานที่สอบ เป็นไปตามที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด
4.4 การสมัครสอบตามขั้นตอนข้างต้น ถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ลงลายมือชื่อ และรับรองความถูกต้อง ของข้อมูลดังกล่าวตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2554 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น หากผู้สมัครสอบจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137
4.5 ผู้สมัครสอบต้องรับผิดขอบในการรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง และระดับวุฒิการศึกษาตรงตามประกาศรับสมัครสอบของส่วนราชการที่ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุ บุคคลเข้ารับราชการและต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง ในกรณี ที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครสอบ สำนักงาน ก.พ. จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบ มาตั้งแต่ต้น
4.6 ผู้สมัครสอบต้องรับผิดชอบในการรับรองตนเองว่ามีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2553 หากตรวจพบภายหลัง ถึงแม้ว่า จะเป็นผู้สอบผ่าน สำนักงาน ก.พ. จะถือว่าผลการสอบเป็นโมฆะ หรือขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบมาตั้งแต่ต้น
4.7 ผู้สมัครสอบที่มีความพิการทางการเห็น ทางการได้ยินหรือการสื่อความหมาย หรือทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย ตามประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงวันที่ 30 เมษายน 2552 เรื่อง ประเภทและหลักเกณฑ์ความพิการ และที่แก้ไขเพิ่มเติม สำนักงาน ก.พ. จะพยายามจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกให้ในวันสอบตามที่ผู้สมัครสอบแจ้งไว้ในใบสมัครสอบ หรือตามที่ สำนักงาน ก.พ. เห็นสมควร
5. การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
5.1 สำนักงาน ก.พ. จะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ทางเว็บไซต์
https://job2.ocsc.go.th หัวข้อ “การสอบภาค ก. พิเศษ สำหรับผู้สอบผ่านของส่วนราชการแล้ว ประจำปี 2569” หัวข้อย่อย “ประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ”
5.2 สำนักงาน ก.พ. จะประกาศกำหนดวัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ ในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ทางเว็บไซต์
https://job2.ocsc.go.th หัวข้อ “การสอบภาค ก. พิเศษ สำหรับผู้สอบ ผ่านของส่วนราชการแล้ว ประจำปี 2569" หัวข้อย่อย "ประกาศกำหนดวัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบ เกี่ยวกับการสอบ"
6. หลักสูตรและวิธีการสอบ
ทดสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) โดยวิธีการสอบข้อเขียน
ดังต่อไปนี้
6.1 วิขาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) เป็นการทดสอบ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ครอบคลุมประเด็น ดังนี้
(1) การคิดวิเคราะห์เชิงภาษา ได้แก่ การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ความเข้าใจในการอ่าน ภาษาไทย การจับใจความสำคัญ การสรุปความ การตีความจากบทความ ข้อความ หรือสถานการณ์ต่าง ๆ
(2) การคิดวิเคราะห์เชิงนามธรรม ได้แก่ การคิดหาความสัมพันธ์เชื่อมโยงคำ ข้อความ หรือรูปภาพตลอดจนการหาข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผลจากข้อความ สัญลักษณ์ รูปภาพ สถานการณ์ หรือแบบจำลองต่าง ๆ และ
(3) การคิดวิเคราะห์เชิงปริมาณ ได้แก่ ความเข้าใจ ความคิดรวบยอด และแก้ปัญหา ทางคณิตศาสตร์เบื้องต้น การเปรียบเทียบและวิเคราะห์เชิงปริมาณ ตลอดจนการประเมินความเพียงพอของข้อมูล
6.2 วิชาภาษาอังกฤษ (คะแนนเต็ม 50 คะแนน) เป็นการทดสอบทักษะภาษาอังกฤษเพื่อวัด ความเข้าใจในหลักการสื่อสาร โดยใช้ศัพท์ สำนวน โครงสร้างประโยคที่เหมาะสมทั้งในเชิงความหมายและบริบท แสดงถึงความสามารถในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การวัดความสามารถด้านการอ่าน โดยทดสอบ การทำความเข้าใจในสาระของข้อความหรือบทความ และการวัดความสามารถด้านการเขียนภาษาอังกฤษ ในระดับเบื้องต้น
6.3 วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี (คะแนนเต็ม 50 คะแนน) เป็นการทดสอบ ความรู้ที่เป็นพื้นฐานของการเป็นข้าราชการที่ดี ได้แก่ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หลักการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดี วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง หน้าที่และความรับผิดในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตลอดจนเจตคติ และจริยธรรมสำหรับข้าราชการ
7. เกณฑ์การสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป
7.1 ระดับต่ำกว่าปริญญาตรีและปริญญาตรี
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ต้องเป็นผู้สอบ วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ได้คะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 วิชาภาษาอังกฤษ ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 50 และวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี ได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
7.2 ระดับปริญญาโท
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ต้องเป็นผู้สอบ วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ได้คะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65 วิชาภาษาอังกฤษ ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 50 และวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี ได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
8. การประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป และการออกหนังสือรับรอง ผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ.
8.1 สำนักงาน ก.พ. จะประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปสำหรับ ส่วนราชการต่าง ๆ ประจำปี 2569 ภายในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ทางเว็บไซต์
https://job2.ocsc.go.th
8.2 ผู้สอบผ่านฯ สามารถพิมพ์หนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสำนักงาน ก.พ. ได้ทางเว็บไซต์
https://job2.ocsc.go.th และ
https://job.ocsc.go.th หัวข้อ "พิมพ์หนังสือรับรองผลการสอบ” และทางแอปพลิเคชัน “JOB OCSC"
ทั้งนี้ ผู้สอบผ่านฯ จะสามารถพิมพ์หนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ได้ หลังจากที่ส่วนราชการได้ตรวจคุณสมบัติของผู้สอบผ่านฯ แล้ว และมีหนังสือถึงสำนักงาน ก.พ. แจ้งผลการตรวจสอบคุณสมบัติว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามประกาศ รับสมัครสอบของส่วนราชการให้สำนักงาน ก.พ. ทราบ
8.3 ผลการลอบถือเป็นโมฆะ เมื่อเข้ากรณีหนึ่งกรณีไต ดังนี้
(1) เลขประจำตัวประชาชนของผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปไม่ตรงกับ ฐานข้อมูลทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชนของกรมการปกครอง
(2) ผู้สอบผ่านยังไม่สำเร็จการศึกษา
(3) ผู้สอบผ่านมีคุณสมบัติไม่ตรงตามประกาศรับสมัครสอบของส่วนราชการ
(4) ผู้สอบผ่านเป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั่วไป หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
(5) ผู้สอบผ่านเป็นผู้กระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการตามประกาศนี้
(6) รูปถ่ายในบัตรประจำตัวสอบของผู้สอบผ่าน ไม่ตรงกับรูปถ่ายในฐานข้อมูลผู้สมัครสอบ
ของสำนักงาน ก.พ.
8.4. สำนักงาน ก.พ. จะยกเลิกหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสำนักงาน ก.พ. หากตรวจพบกรณีตามข้อ 8.3
8.5 หากสำนักงาน ก.พ. ตรวจพบการกระทำการทุจริตในการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถ ทั่วไป สำนักงาน ก.พ. จะดำเนินการเพื่อขึ้นบัญชีผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ อันเป็นลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับราชการตามมาตรา 36 ข. (11) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และอาจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
9. การนำหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ไปใช้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการของส่วนราชการต่าง ๆ ก.พ.
9.1 หนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน สามารถใช้ได้ตลอดไป เว้นแต่ ก.พ. จะกำหนดเป็นอย่างอื่น
9.2 หนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ในระดับวุฒิการศึกษาที่สูงกว่าสามารถนำไปใช้ในการสอบแข่งขันในระดับวุฒิการศึกษาที่ต่ำกว่าได้ ก.พ.
9.3 ผู้สอบผ่านสามารถนำหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสำนักงาน ก.พ. ไปใช้กับส่วนราชการที่ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคล เข้ารับราชการได้ โดยต้องมีคุณวุฒิตรงตามประกาศรับสมัครสอบของส่วนราชการนั้นในครั้งนั้นด้วย
10. การขอดูผลคะแนนสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป
10.1 ผู้สอบสามารถดูผลคะแนนสอบได้ทางเว็บไซต์
https://job2.ocsc.go.th หัวข้อ
“การสอบภาค ก. พิเศษ สำหรับผู้สอบผ่านของส่วนราชการแล้ว ประจำปี 2569” หัวข้อย่อย “ดูผลคะแนนสอบ” โดยกรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThalD หรือกรอกข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อดูผลคะแนนสอบ
10.2 การประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ให้ถือเป็นที่สุด ผู้สอบไม่มีสิทธิขอให้ทบทวนแต่ประการใด กรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลการสอบ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์สรรหาและเลือกสรร สำนักงาน ก.พ. ภายใน 90 วัน นับจากวันที่ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน การวัดความรู้ความสามารถทั่วไป
![กำหนดการสอบภาค ก พิเศษ 2569]()