ประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม
เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง
นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ ในสำนักงานศาลยุติธรรม
1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้งและเงินเดือนที่จะได้รับ
ตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติการ
จำนวนตำแหน่งว่าง ที่จะว่าง
ระดับคุณวุฒิ ปริญญาศรี
อัตราเงินเดือนและปัจจัย ที่ได้รับอัตราเงินเดือนเพิ่ม 18,150 - 19,970 บาท
2. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายประกาศนี้
3. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
ผู้สมัครสอบตั้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัญิระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551
ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ดังต่อไปนี้
(1) ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาใด สาขาวิชาหนึ่งหรือหลายสาขาวิชาทางคอมพิวเตอร์
(2) เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. หรือเป็นผู้ได้รับการขึ้นบัญชีและจัดทำทะเบียนผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงานศาลยุติธรรม ตามระดับคุณวุฒิการศึกษาที่สมัครสอบหรือสูงกว่า
เงื่อนไขการสมัครสอบ
1. ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ในข้อ 3.2 และจะต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ ภายในวันปิดรับสมัคร สอบแข่งขัน คือ
วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษาใด จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบ เกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์ และหากปรากฏภายหลังว่าผู้สมัครสอบรายใดมิวุฒิการศึกษาไปตรงตามประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน จะถือว่าผู้สมัครสอบรายนั้นเป็นผู้ขาดคุณสมบัติและไม่มีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้เข้ารับราชการ ในตำแหน่งที่สมัครสอบ
2. ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. หรือต้องเป็นผู้ได้รับการขึ้นบัญชีและจัดทำทะเบียนผู้สอบผ่านการวัดความรู้ ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงานศาลยุติธรรม ตามระดับวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครสอบหรือสูงกว่า มาแล้ว โดยต้องเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ
วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569
สำหรับผู้สมัครที่มีรายชื่อเป็นผู้มีสิทธิส่งเอกสารและหลักฐานเพื่อขึ้นบัญชี และจัดทำทะเบียนสำหรับผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ระดับปริญญาตรี ประจำปี พ.ศ. 2569 ของสำนักงานศาลยุติธรรม ตามประกาศฯ ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งได้ส่งเอกสารและหลักฐานไปยังสำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อตรวจคุณสมบัติเพื่อขึ้นบัญชีผู้สอบผ่าน ภาค ก. แล้ว สามารถสมัครสอบได้
ทั้งนี้ ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้ได้รับการขึ้นบัญชีและจัดทำทะเบียนสำหรับผู้สอบผ่าน การวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ระดับปริญญาตรี ประจำปี พ.ศ. 2569 ของสำนักงาน ศาลยุติธรรม หากปรากฏภายหลังว่าผู้สมัครไม่ได้รับการขึ้นบัญชีผู้สอบผ่านภาค ก. ดังกล่าว จะถือว่า ผู้สมัครไม่ได้เป็นผู้ได้รับการขึ้นบัญชีและจัดทำทะเบียนผู้สอบผ่านการวัดความรู้ ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงานศาลยุติธรรม และเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสอบครั้งนี้ มาตั้งแต่ต้น และไม่มีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้เข้ารับราชการในตำแหน่ง
3. ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในข้อ 3.1 และ 3.2 ทั้งนี้ หากปรากฏภายหลังว่าผู้สมัครสอบรายใดขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้สมัครสอบรายนั้น เป็นผู้ขาดคุณสมบัติและไม่มีสิทธิเข้ารับการบรรจุและแต่งตั้งให้เข้ารับราชการในตำแหน่งที่สมัครสอบ
4. กรณีที่ผู้สมัครสอบต้องการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขข้อมูลในการสมัครสอบ จะต้องกรอกคำร้องขอแก้ไขข้อมูลสมัครสอบและส่งผ่านระบบให้เจ้าหน้าที่ซึ่งดูแลระบบการรับสมัครสอบ ดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขให้แล้วเสร็จ ตามวิธีการที่กำหนดไว้ในเว็บไซต์รับสมัครสอบภายใน วันบิตรับสมัคร
5. การสมัครสอบตามขั้นตอนข้างต้น ถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ลงลายมือชื่อและรับรอง ความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น หากผู้สมัครจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จอาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ ต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137
6. ผู้สมัครสอบต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติ ตรงตามประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน และต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตาม ความเป็นจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐาน ซึ่งผู้สมัครสอบ บำมายื่นนั้นไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน สำนักงานศาลยุติธรรมจะถือว่า เป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบแข่งขันครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และสำนักงานศาลยุติธรรม จะไม่ประกาศขึ้นบัญชีผู้ที่ขาดคุณสมบัติดังกล่าว และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ
การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบแข่งขัน สำนักงานศาลยุติธรรมจะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่ และระเบียบ เกี่ยวกับการสอบให้ทราบทาง
https://op.coj.go.th และ
www.coj.go.th และhttps://op.thaijobjob.com
หลักสูตรและวิธีการสอบ
หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน มี 2 ภาค ดังนี้
การวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)
ทดสอบความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง โดยวิธีการสอบข้อเขียน
แบบปรนัย (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) ดังนี้
1. ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย กฎ และระเบียบที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติราชการ(60 คะแนน)
1.1 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
1.2 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และที่แก้ในพิ่มเติม
1.3 ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง ของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
1.4 ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง ของคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม
1.5 ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง ของสำนักงานศาลยุติธรรม
1.6 กฎหมาย ข้อบังคับ ข้อกำหนด และค้าแนะนำของประธานศาลฎีกา ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
1.7 กฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สารสนเทศ
2. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะงานที่ปฏิบัติในตำแหน่งนักวิชาการ คอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ (140 คะแนน)
2.1 ความรู้เรื่องระบบเครือข่าย (Network)
2.2 ความรู้เรื่องการพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์
2.3 ความรู้เกี่ยวกับการเขียนชุดคำสั่ง หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์
2.4 ความรู้เกี่ยวคอมพิวเตอร์ทั่วไปและอุปกรณ์
2.5 ความรู้เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
เอกสารแนบท้าย
รายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะงานที่ปฏิบัติ คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ
หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้นที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานเกี่ยวกับวิทยาการคอมพิวเตอร์ การตัดสินใจอยู่ภายใต้การกำกับ แนะนำและตรวจสอบ และ ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ดังนี้
1. ด้านการปฏิบัติการ
1.1 ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ชุดคำสั่งระบบปฏิบัติการ ชุดคำสั่งสำเร็จรูป ระบบ เครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนให้งานเทคโนโลยีสารสนเทศดำเนินไปอย่าง มีประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการใช้งานของสำนักงานศาลยุติธรรมและหน่วยงานในสังกัด สำนักงานศาลยุติธรรม
1.2 ประมวลผลและปรับปรุงแก้ไขแฟ้มข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลที่ได้มีความถูกต้องแม่นยำมากที่สุด
1.3 ทดสอบคุณสมบัติด้านเทคนิคของระบบ เพื่อให้ระบบมีคุณสมบัติที่ถูกต้องตรงตาม ความต้องการและสภาพการใช้งานของสำนักงานศาลยุติธรรมและหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม
1.4 เขียนชุดคำสั่งตามข้อกำหนดของระบบงานประยุกต์ และระบบข้อมูลที่ได้วางแผนไว้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานเทคโนโลยีสารสนเทศให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
1.5 เขียนชุดคำสั่ง ทดสอบความถูกต้องของคำสั่ง แก้ไขข้อผิดพลาดของคำสั่ง เพื่อให้ ระบบปฏิบัติการทำงานได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากที่สุดและมีประสิทธิภาพ
1.6 ช่วยรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ความต้องการของระบบงานประยุกต์ และระบบข้อมูล ของหน่วยงานที่ไม่ขับซ้อน เพื่อพัฒนาระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศในการปฏิบัติราชการตามภารกิจ หน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ และตรงตามความต้องการของหน่วยงานมากที่สุด
1.7 ช่วยรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาระบบงานประยุกต์ เพื่อให้ ได้ระบบงานประยุกต์ที่ตรงตามคุณลักษณะและความต้องการในการปฏิบัติราชการตามภารกิจของ หน่วยงานมากที่สุด
1.8 รวบรวมข้อมูลประกอบการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์และ อุปกรณ์ ระบบเครือข่าย ระบบงานประยุกต์ และระบบสารสนเทศ การจัดการระบบการทำงานเครื่อง การติดตั้งระบบเครื่อง เพื่อให้ได้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และตรงตามความต้องการ ใช้งานตามภารกิจของสำนักงานศาลยุติธรรมและหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม
1.9 ชวยตรวจสอบ สืบค้น และรวบรวมข้อมูลการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เข้าข่าย ไม่เหมาะสม ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่กำหนด หรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและระบบ
1.10 ศึกษา วิเคราะห์ สรุปรายงาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการเสนอแนะการกำหนด ระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดสรรทดแทนและการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ ชุดคำสั่งสำเร็จรูป โปรแกรมประยุกต์ การจัดการระบบเครือข่าย เพื่ออำนวยให้ การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
2. ด้านการวางแผน
วางแผนการทำงานในความรับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือโครงการตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด และสอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายการบริหารราชการของศาลยุติรรรมและสำนักงานศาลยุติธรรม
3. ด้านการประสานงาน
3.1 ประสานงานกับหน่วยงานภายใน หน่วยงานภายนอก องค์กร หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่ครบถ้วน และเป็นประโยชน์ในการดำเนินงานด้านวิชาการ คอมพิวเตอร์ อาทิ การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย การเขียนชุดคำสั่ง ระบบงานต่าง ๆ ที่ไม่ซับซ้อน เป็นต้น
3.2 ประสานการทำงานกับทีมงาน โครงการ หน่วยงานภายใน และหน่วยงานภายนอก ในกระบวนการทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานในด้านต่าง ๆ ของหน่วยงานบรรลุ เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด
4. ด้านการบริการ
4.1 ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้ใช้เมื่อมีปัญหาหรือข้อสงสัยในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ โปรแกรมประยุกต์ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแก้ไขและใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ โปรแกรม ประยุกต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.2 ดูแล บำรุงรักษา แก้ไขปัญหาข้อขัดข้องการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อลนับสนุนให้การปฏิบัติงานในด้านต่าง ๆ สามารถดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
4.3. ร่วมจัดสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพและประสิทธิผล การปฏิบัติราชการของหน่วยงาน