ประกาศกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิชาการตรวจสอบบัญชีปฏิบัติการ
1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง เงินเดือนที่จะได้รับ
ตำแหน่งนักวิชาการตรวจสอบบัญชีปฏิบัติการ จำนวน 20 อัตรา อัตราเงินเดือน ระหว่าง 18,150 - 19,530 บาท (ตาดว่าจะมีตำแหน่งว่างเพิ่มเติม จำนวนประมาณ 10 อัตรา ณ ตุลาคม 2569)
ทั้งนี้ อัตราเงินเดือนเป็นไปตามประกาศกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2554 เรื่อง กำหนดปัจจัย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อกำหนดอัตรา เงินเดือนสำหรับคุณวุฒิ ที่ ก.พ. รับรอง เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญแรกบรรจุ
2. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการ ในการทำงาน ปฏิบัติงานด้านวิชาการตรวจสอบบัญชี ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบและปฏิบัติงานอื่น ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1) ด้านการปฏิบัติการ
(1) ตรวจสอบบัญชีของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีความยุ่งยากน้อย เพื่อให้เป็นไป ตามกฎหมาย ระเบียบ มาตรฐานการสอบบัญชี และมาตรฐานการบริหารคุณภาพ
(2) จัดทำรางรายงานการสอบบัญชี งบการเงิน และกระดาษทำการ เสนอผู้สอบบัญชี เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการปฏิบัติงานตรวจสอบบัญชีและเป็นข้อมูลประกอบการแสดงความเห็นต่องบการเงิน
(3) วางรูปแบบบัญชีของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ และวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้มีรูปแบบบัญชีที่เหมาะสมกับประเภทการดำเนินธุรกิจ และการบันทึกบัญชี ได้ถูกต้องตามระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์กำหนด
(4) การให้ความรู้ด้านบัญชีรายบุคคลแก่เกษตรกร เยาวชน และประชาชนทั่วไป เพื่อให้มีรูปแบบบัญชีที่เหมาะสมกับการประกอบอาชีพ
(5) งานแนะนำด้านการบัญชี ได้แก่ ช่วยดำเนินการสัมมนา นิเทศ และเสริมสร้าง ความพร้อมของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เพื่อรองรับการตรวจสอบบัญชีประจำปี
(6) ช่วยวิเคราะห์สอบทาน รายงานการสอบบัญชีของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร จัดทำข้อสังเกตในการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชี เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชี
(7) ช่วยปฏิบัติงาน กำกับ ดูแล สหกรณ์ที่ถ่ายโยนงานให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือบุคคลอื่นตรวจสอบบัญชี เพื่อให้การปฏิบัติงานของสหกรณ์เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐาน การบัญชี
(8) ช่วยปฏิบัติงาน กำกับ ดูแล การปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือบุคคลอื่น เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานการสอบบัญชี
(9) ช่วยติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้เป็นไปตามแผนงานและตัวชี้วัด
2) ด้านการวางแผน
วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
3) ด้านการประสานงาน
(1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้ เกิดความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด
(2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
4) ด้านการบริการ
(1) ให้คำแนะนำ ตอบปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับงานในหน้าที่ เพื่อให้ผู้รับบริการ และผู้ที่สนใจได้ทราบข้อมูลและความรู้ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์
(2) บันทึกข้อมูลทางการเงินการบัญชีของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรผ่านทางระบบ สารสนเทศ เพื่อให้ผู้สนใจสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ด้านการศึกษา และพัฒนาธุรกิจของสหกรณ์ และอื่น ๆ
3. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
3.1 คุณสมบัติทั่วไป
ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไปมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติทั่วไป
ข. ลักษณะต้องห้าม
3.2 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ผู้สมัครสอบแข่งขันต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ดังนี้
3.2.1 ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขา วิชาการบัญชี หรือสาขาวิชาบริหารธุรกิจ ทางการบัญชี
ภายในวันปิดรับสมัคร และ
3.2.2 เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสำนักงาน ก.พ. ระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า
ภายในวันปิดรับสมัคร
4. การรับสมัครสอบ
4.1 ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 7 - 29 ตุลาคม 2569 โดยระบบรับสมัครจะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยมีขั้นตอนการสมัคร ดังนี้
และแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ” (1) เปิดเว็บไซต์
https://cad.thaijobjob.com หัวข้อ “รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุ
5. เงื่อนไขในการรับสมัครสอบ
5.1 ผู้สมัครสอบสมัครได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
5.2 ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ในข้อ 3.2 โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัคร คือวันที่ 29 ตุลาคม 2564 ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาบัตรของสถานศึกษาใด จะถืวตามกฎหมาย กฎหรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์
5.4. การสมัครสอบตามขั้นตอนข้างต้น ถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ลงลายมือชื่อ และรับรองความถูกต้อง ข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น หากผู้สมัครจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 137
5.5. ผู้สมัครสอบต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติ ตรงตามประกาศรับสมัครสอบ และต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐาน ซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรง หรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ, หรือเอกสารปลอม กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็น ผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ทั้งนี้ ในกรณี ผู้สมัครยื่นเอกสารปลอม กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จะดำเนินทางคดีอาญาต่อไปด้วย
6. การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ทางเว็บไซต์
ttps://cad.thaijobjob.com และทางเว็บไซต์กรมตรวจบัญชีสหกรณ์
http://www.cad.go.th หัวข้อ “การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ"
7. หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน
(1) ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมาตรฐานการรายงานทางการเงินและการจัดทำรายงานทางการเงิน ตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชิกำหนด (70 คะแนน)
(2) ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมาตรฐานการสอบบัญชี ตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชีกำหนด และ ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชีว่าด้วยจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2561 มาตรฐานการบริหาร คุณภาพงานสอบบัญชี (70 คะแนน)
(3) ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2522 และประมวลรัษฎากร (40 คะแนน)
(4) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม(20 คะแนน)
ทั้งนี้ จะสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งก่อน และเมื่อสอบผ่าน การวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งแล้ว จึงจะมีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสม กับตำแหน่ง
8. หลักฐานที่ต้องยืนในวันสอบ
8.1 หลักฐานที่ต้องนำมาในวันสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ให้ผู้เข้าสอบแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือใบอนุญาตขับรถ หรือหนังสือเดินทาง (Passport) หรือบัตรอื่น ที่ทางราชการออกให้ ซึ่งจะต้องมีรูปถ่าย ชื่อ นามสกุล และมีเลขบัตรประจำตัว 19 หลัก ปรากฏชัดเจน และใบสมัครที่พิมพ์จากอินเทอร์เน็ต ที่อัปโหลดรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ถ่ายไม่เกิน 1 ปี (นับถึงวันปิดรับสมัคร) ขนาด 1 x 1.5 นิ้ว เรียบร้อยแล้ว และลงลายมือชื่อในใบสมัคร ให้ครบถ้วน
8.2 เอกสารและหลักฐานที่ต้องนำมาในวันสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) ให้ผู้เข้าสอบแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือใบอนุญาตขับรถ หรือหนังสือเดินทาง (Passport) หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้ ซึ่งจะต้องมีรูปถ่าย ชื่อ - นามสกุล และมีเลขบัตรประจำตัว 13 หลัก ปรากฏชัดเจน พร้อมเอกสารการสมัครสอบทุกอย่าง มายืนในวันสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) ดังนี้
(1) สำเนาปริญญาบัตรหรือสำเนาประกาศนียบัตรวิชาชีพ และสำเนาระเบียนแสดงผล การเรียน (Transcript of Records) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามประกาศรับสมัค โดยต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัคร จำนานอย่างสะ 2 ฉบับ
ในกรณีที่ไม่สามารถนำหลักฐานการศึกษาดังกล่าวมายื่นพร้อมใบสมัครสอบได้ก็ให้ นำหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้โดยระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาและวันที่ที่ได้รับอนุมัติ ปริญญาบัตร ซึ่งจะต้องอยู่ภายในกำหนดวันปิดรับสมัคร มายื่นแทน
(2) สำเนาหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของ สำนักงาน ก.พ. ในระดับเดียวกับคุณวุฒิที่ใช้สมัครสอบหรือสูงกว่า จำนวน 1 ฉบับ
ในกรณีที่ยื่นหนังสือรับรอง ผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปที่สูงกว่า ให้แนบสำเนาปริญญาบัตร หรือสำเนาระเบียน แสดงผลการศึกษาระดับวุฒิการศึกษาที่สูงกว่า เพิ่มอีก 1 ฉบับ
(3) สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส ใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (ในกรณีที่ชื่อ - นามสกุล ในหลักฐานการสมัครไม่ตรงกัน) จำนวน 1 ฉบับ
(4) เอกสารทางทหาร เช่น หนังสือสำคัญ (แบบ สด.8) และสมุดประจำตัวทหาร กองหนุนประเภทที่ 1 หรือใบสำคัญ (แบบ สด.9) สำหรับทหารกองเกิน และทหารกองหนุนประเภทที่ 2 หรือใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (แบบ สด.43) จำนวน 2 ฉบับ
สำเนาเอกสารทุกฉบับให้ผู้สมัครเขียนคำรับรองว่า "สำเนาถูกต้อง” ลงชื่อ วันที่ และระบุเลขประจำตัวสอบกำกับไว้มุมบนขวาทุกหน้าของสำเนาเอกสาร
9. เกณฑ์การตัดสิน
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และการสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ทั้งนี้ จะคำนึงถึงหลักวิชาการวัดผลด้วย
10. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จะประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ โดยเรียงลำดับคะแนนรวม ของผู้สอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งและความเหมาะสมกับตำแหน่ง จากมากไปน้อย ในกรณีที่มีคะแนนเท่ากัน ให้ผู้ที่ได้คะแนนความเหมาะสมกับตำแหน่งมากกว่าอยู่ในลำดับที่ดีกว่า แต่ถ้าคะแนนความเหมาะสมกับตำแหน่งยังเท่ากันอีก ให้เรียงลำดับตามเลขประจำตัวสอบแข่งขันจากน้อยไปมาก