ระบบแจ้งจำนวนวันก่อนรับสมัคร, ระหว่างรับสมัคร
 ระบบแจ้งสถานะทุกระดับของประกาศ
 ระบบเลือกสถานะประกาศและวุฒิการศึกษาที่รับสมัคร
 ระบบแบ่งประเภทการรับสมัครสอบได้ชัดเจน
ความเหมือนและต่าง ของ ข้อสอบ GED กับ IGCSE



      จะว่าไปทุกวันนี้ระบบการศึกษาบ้านเราก็มีหลากหลายรูปแบบกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยนะคะ Admin sobrachakan.com เองกำลังศึกษาเรื่องการสอบเทียบให้กับน้องอยู่ ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าสับสนมากๆ รายละเอียดเยอะแยะไปหมด จนได้รู้มาว่า การสอบเทียบเท่าวุฒิม.6 นั้นนอกจากศน.แล้ว เราสามารถสอบ IGCSE หรือ GED ซึ่งเป็นหลักสูตรการศึกษาของต่างประเทศได้ด้วยเหมือนกัน แต่วุฒิดังกล่าวส่วนใหญ่จะใช้เรียนต่อมหาวิทยาลัยในหลักสูตรอินเตอร์ ซึ่งก็พอดีมากๆที่เราเองตั้งใจจะให้น้องเข้าเรียนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยังคงสร้างความสับสนและความสงสัยให้เราอยู่ไม่น้อยคือ เราควรจะให้น้องสอบอะไรดีระหว่าง IGCSE กับ GED อะไรจะยากง่ายกว่ากัน การสอบแบบไหนล่ะที่เหมาะกับเรา ที่เราจะสามารถทำคะแนนให้ได้สูงๆ นี่แหละค่ะคือสาเหตุที่เราจะอยู่เฉยไม่ได้อีก จึงพยายามหาข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจอย่างเต็มที่จนตอนนี้คิดว่าข้อมูลที่เรามีนั้นเพียงพอแล้ว และมันน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าเดิม หากเรานำเรื่องนี้มาแบ่งปันให้เพื่อนๆ น้องๆที่สับสนและไม่แน่ใจเหมือนกัน ให้ได้เข้าใจและเลือกสอบได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะออกแนววิชาการ แนวข้อมูลแน่นหน่อยนะคะ เพราะเราอยากให้ทุกคนได้รู้แบบละเอียดๆ และอยากให้เห็นชัดๆ เปรียบเทียบง่ายๆ จะได้เลือกได้ไม่ยากค่ะ


      

เริ่มต้นที่การสอบ IGCSE หรือ  International General Certificate of Secondary Educational ซึ่งเป็นหลักสูตรการศึกษาของอังกฤษที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลกเลยล่ะค่ะ IGCSE มีรายวิชาให้เลือกสอบเยอะมากๆ โดยหากเป็นเมื่อก่อน พอเราสอบผ่านแล้วอย่างน้อย 5 รายวิชาปุ๊บ ก็จะได้ประกาศนียบัตรมาซึ่งสามารถเทียบเท่าวุฒิม.6 ได้เลย โดยใน 5 รายวิชานั้นจะกำหนดให้สอบวิชาบังคับ 2 วิชา คือ Mathematics และ English as a Second Language ส่วนที่เหลือเราสามารถเลือกสอบได้เองเลยค่ะ จะสอบเผื่อๆมากกว่า 5 วิชาก็ได้นะคะแบบกันเหนียวเอาไว้ก่อน เผื่อเหลือเผื่อขาด แต่ปัจจุบันการสอบผ่านเพียง 5 รายวิชาดังกล่าวนั้นไม่พอแล้วนะคะ เพราะกระทรวงศึกษาธิการได้ยกระดับให้การสอบ IGCSE มีมาตรฐานเทียบเท่ากับต่างประเทศด้วยการกำหนดว่า ต้องสอบ A-Level ให้ผ่านอีก 3 รายวิชา จึงจะถือว่าได้เทียบเท่าวุฒิม.6 ของไทยเราค่ะ IGCSE และ A-Level นั้นความยากจะอยู่ตรงที่ ข้อสอบ IGCSE นั้นเป็นแบบเขียนตอบทั้งหมด ผลสอบที่ได้จะออกมาเป็นเกรด A, B, C, D, E, F หรือ G ซึ่งแต่ละวิชาต้องได้ C เป็นอย่างน้อยจึงจะถือว่าสอบผ่าน ตัว ข้อสอบ IGCSE จะมีการแบ่งระดับความยากง่ายด้วยนะคะ แต่ละระดับก็มีโอกาสได้เกรดไม่เหมือนกัน หากเราเลือกสอบในระดับ Core เกรดสูงสุดที่เราจะได้คือ C แต่หากเลือกสอบระดับ Extend เราจะมีโอกาสได้ตั้งแต่เกรดสูงสุดลงมา นั่นหมายความว่าการสอบระดับ Extend ยากกว่าระดับ Core ถือเป็นหลักสูตรที่ค่อนข้างแข็งพอสมควรเลยค่ะ

      ข้อดีของหลักสูตร IGCSE คือ เป็นหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและมีมาตรฐานค่อนข้างสูง เป็น ข้อสอบ ที่เดาไม่ได้เลยเนื่องจากเป็นข้อสอบเขียนทั้งหมด นอกจากเราจะได้ความรู้ในรายวิชาที่เลือกสอบแล้ว เรายังได้ฝึกทักษะการเขียน ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษไปในตัวด้วย และรายวิชาที่มีให้เลือกนั้นก็มีหลากหลาย มีรายวิชาเชิงลึกสำหรับนำไปต่อยอดในระดับมหาวิทยาลัยได้เลย เพราะจริงๆแล้วหลักสูตรนี้ที่ต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร มีไว้เพื่อเป็นการเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย เน้นให้ผู้เรียน ผู้สอบมีความรู้ในสาขาที่จะเรียนต่ออย่างเพียงพอ ก่อนจะได้เรียนเชิงลึกยิ่งขึ้นในระดับมหาวิทยาลัยค่ะ แต่ในขณะเดียวกันระบบนี้ก็มีข้อจำกัดอยู่ด้วยนั่นก็คือ มีรอบสอบน้อยมาก ในแต่ละปีจะมีการจัดสอบเพียงแค่ 2 ช่วงเท่านั้นได้แก่รอบ May-June และรอบ October-November นั่นหมายความว่าเราไม่ได้มีโอกาสแก้ตัวบ่อยนัก และด้วยความที่ ข้อสอบ IGCSE เป็นข้อเขียนทั้งหมดทำให้คะแนนนั้นออกช้ามากๆกินเวลาหลายเดือนเลยละค่ะ เพราะฉะนั้นการวางแผนเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องก็อาจจะทำได้ยาก เพราะยังไม่รู้ว่าผลสอบที่สอบไปนั้นจะผ่านหรือเปล่า  และสุดท้ายคือเรื่องของค่าสอบที่ค่อนข้างสูง อย่างต่ำสุดเลยจะอยู่ที่วิชาละ 6,940 บาท รับรองได้ว่าข้อมูลเราไม่ผิด และคนอ่านเองก็ไม่ได้ตาลาย นี่ถูกสุดแล้วจริงๆ ส่วนค่าสอบสูงสุดยิ่งไม่ต้องพูดถึง อยู่ที่วิชาละ 10,435 บาท ค่ะ
ส่วน GED หรือ General Educational Development เป็นหลักสูตรการศึกษาของสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็ได้รับการยอมรับจากหลายๆประเทศเช่นเดียวกัน และแน่นอนว่าประเทศไทยเราเองก็มีการรับรองหลักสูตรนี้แล้วด้วย แต่หลักสูตรนี้จะไม่ซับซ้อนเหมือน IGCSE เพราะรายวิชาที่ต้องสอบนั้นถูกกำหนดไว้อยู่แล้ว 5 รายวิชา ประกอบไปด้วย

GED Math

GED Science 

GED Reading

GED Writing

GED Social

      แต่ละวิชาคะแนนเต็ม 800 คะแนน การจะสอบผ่านอย่างสมบูรณ์จนได้ Diploma นั้นจะต้องสอบให้ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 410 ต่อรายวิชา และคะแนนรวมกันทั้ง 5 วิชาจะต้องไม่ต่ำกว่า 2,250 คะแนน เป็นข้อสอบที่อาจจะพอเดาได้บ้างเพราะเป็นแบบเลือกตอบ (Multiple Choices) จะมีเขียน Essay บ้างก็แค่ในวิชา Writing  ก็ถือว่ากดดันน้อยกว่า IGCSE อยู่พอสมควรค่ะ แต่รูปแบบดังกล่าวจะใช้แค่วันที่ 30 เม.ย. 2017 เท่านั้น เพราะตั้งแต่ 1 พ.ค. 2017 เป็นต้นไป GED จะมีการปรับรูปแบบการสอบใหม่ทั้งหมด เรียกว่ายกเครื่องหลักสูตรใหม่หมดเลยก็ยังได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้มาตรฐานการสอบ GED ในประเทศไทยเท่าเทียมกับที่สหรัฐอเมริกาค่ะ คำถามคือ การสอบ GED รูปแบบใหม่เป็นอย่างไร ตอบได้เลยว่าอาจจะยากขึ้นกว่าเดิม และอาจจะมีความคล้ายคลึงกับ IGCSE ตรงที่ข้อสอบ GED จะกลายเป็นแบบเขียนตอบ มีการปรับรายวิชาให้เหลือ 4 วิชา เอาจริงๆก็รายวิชาเดิมแหละค่ะ แค่นำ Reading และ Writing มายุบรวมให้เป็นวิชาเดียวกัน คะแนนเต็มวิชาละ 200 คะแนน ต้องสอบให้ได้ไม่ต่ำกว่า 145 คะแนนจึงจะถือว่าผ่าน ถือว่าเป็นเกณฑ์ที่สูงสุดๆสำหรับเด็กไทยเรา ข้อดีของ ข้อสอบ GED คือ หากเป็นระบบเดิมจะดีตรงที่มีรอบสอบบ่อยมากตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ แถมเวลาสอบก็มีให้เลือกหลายช่วงเวลาอีกต่างหาก เท่ากับว่าเรามีโอกาสแก้ตัวได้บ่อยกว่า ข้อสอบ IGCSE  อีกทั้งคะแนนสอบก็สามารถทราบได้เร็วกว่า ทำให้เราวางแผนการเรียน การสอบได้ง่าย แม้การสอบระบบใหม่จะมีการปรับการสอบให้กลายเป็นข้อเขียน แต่ก็ยังเป็นจุดดีที่เราจะได้ฝึกทั้งทักษะในรายวิชาและฝึกทั้งภาษาอังกฤษคล้ายๆกับ IGCSE เลยค่ะ นอกจากนี้ค่าสอบของ GED ยังถูกกว่า IGCSE มากๆ โดยระบบเดิมนั้นวิชาละ 50$ ส่วนระบบใหม่วิชาละ 60$ ที่ตีเป็นเงินไทยก็แค่หลักพันต้นๆเท่านั้น ส่วนข้อจำกัดของ ข้อสอบ GED ก็มีเหมือนกันค่ะ อย่างแรกเลยคือ เราไม่สามารถที่จะเลือกรายวิชาได้อย่างอิสระ เราต้องสอบตามรายวิชาที่ระบุไว้เท่านั้น และด้วยความที่รายวิชาไม่ได้ลงลึกแตกแขนงเหมือน ข้อสอบ IGCSE ทำให้คณะต่างๆที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะด้านไม่สามารถรับวุฒิ GED ได้ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ ที่ต้องใช้ความรู้ทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา แต่ ข้อสอบ GED กลับเป็น Science ทั่วๆไป สุดท้ายคืออายุที่ต้องครบ 16 เท่านั้นจึงจะสามารถสอบได้ ในขณะที่ ข้อสอบ IGCSE สามารถสอบได้ตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว

ส่วนเรื่องการเทียบวุฒินั้น สำหรับ ข้อสอบ IGCSE ทางกระทรวงจะมอบหมายให้มหาวิทยาลัยเป็นคนกำหนดได้เองเลยว่า หากต้องการศึกษาต่อคณะต่างๆจะต้องมีคะแนนวิชาอะไรบ้าง เกรดเท่าไหร่ ส่วน GED นั้นปกติกระทรวงได้มีการออกประกาศการรับรองวุฒินี้อย่างเป็นทางการอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องนำไปเทียบที่กระทรวงฯ ซึ่งระบบการเทียบวุฒินี้ก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนได้ในอนาคตก็อาจจะต้องตามดูกันต่อไปค่ะ

และนี่ก็คือความแตกต่าง ข้อดี ข้อจำกัดของ ข้อสอบ IGCSE และ ข้อสอบ GED ที่เชื่อได้ว่าจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจของเพื่อนๆ น้องๆได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะสอบแบบไหนก็มีประโยชน์ทั้งนั้น แนะนำว่าให้เลือกที่เหมาะกับเป้าหมายของเรา เอาที่มันเหมาะกับสถานการณ์ของเราน่าจะดีที่สุด แต่ถ้าข้อมูลประมาณนี้ยังไม่พอ ลองตัดสินใจจากคณะที่เราอยากเข้าดูก็ได้ว่ามีเงื่อนไขการรับวุฒิอย่างไรบ้าง  เช่น เราต้องการเรียนต่อทันตแพทย์ แน่นอนว่าไม่สามารถใช้วุฒิ GED ได้ เราก็เลือกเรียนและสอบ IGCSE แต่หากเราอยากเข้าคณะที่เป็นสายศิลป์ สายภาษาก็ลุย GED ไป อย่างนี้เป็นต้นค่ะ สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก จุฬาติวเตอร์ ( chulatutor )ด้วยนะคะ เป็นข้อมูลที่นำมาใช้ได้เกิดประโยชน์มากๆ ซึ่งที่จุฬาติวเตอร์เองเขาก็มีสอนคอร์ส GED และ IGCSE ด้วย ใครที่ไม่อยากอ่านหนังสือเอง ก็ติดต่อไปได้ เราเคยฟังรายละเอียดแล้วเหมือนกัน ถือว่าดีเลยล่ะค่ะสำหรับเรา เราชอบตรงที่เป็นคอร์สเรียนสอนสด มีแนวข้อสอบ ดูแลนักเรียนดี ดูแลจนกระทั่งได้วุฒิถึงมือเลยค่ะ ที่บอกได้ขนาดนี้เพราะมีคนรู้จักเคยเรียนที่นี่แล้วก็แนะนำเรามาอีกที ยิ่งโทรไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมแล้วก็ยิ่งมั่นใจ คิดว่าจะส่งน้องไปเรียนที่นี่แหละค่ะ จริงๆญาติคนอื่นๆเขาก็ส่งลูกหลานมาเรียนที่นี่เยอะ คือเห็นมากับตัวเองว่าเขาเรียนจริง จบจริง แนวข้อสอบที่ให้น้องก็แนวที่ใช้ได้จริง จนตอนนี้เป็นหนุ่ม เป็นสาวมหาวิทยาลัยกันแล้วค่า สำหรับเพื่อนๆ น้องๆ คนไหนสนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.chulatutor.com/igcse/ หรือ https://www.chulatutor.com/ged/



ซื้อขายรถบ้าน.com

Advertisement  
Bookmark
ใกล้วันรับสมัครสอบ
อยู่ระหว่างรับสมัครสอบ
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ
ประกาศผลสอบ
5 ลำดับล่าสุด
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า รับสมัครสอบเป็น พนักงานราชการ
3 กลุ่มงาน 9 อัตรา
วุฒิ ปวส. ป.ตรี
รับสมัครระหว่าง 2-6 ต.ค. 2560 
รับสมัคร ด้วยตนเอง 
ไม่ต้องผ่าน ก ก.พ.  
สถานะ อีก 8 วันถึงวันรับสมัคร
อ่านแล้ว 112 ครั้ง
ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมงเขต 3 (จังหวัดภูเก็ต) รับสมัครสอบเป็น พนักงานราชการ
45 อัตรา
วุฒิ ป.ตรี
รับสมัครระหว่าง ตั้งแต่บัดนี้ – 26 ก.ย. 2560 
รับสมัคร ด้วยตนเอง, ทางอีเมล์ 
ไม่ต้องผ่าน ก ก.พ.  
สถานะ อยู่ระหว่างรับสมัคร อีก 2 วันจะสิ้นสุด
อ่านแล้ว 170 ครั้ง
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ รับสมัครสอบเป็น พนักงานราชการ
3 ตำแหน่ง 6 อัตรา
วุฒิ ป.ตรี
รับสมัครระหว่าง 25-29 ก.ย. 2560 
รับสมัคร ทางอินเทอร์เน็ต 
ไม่ต้องผ่าน ก ก.พ.  
สถานะ อีก 1 วันถึงวันรับสมัคร
อ่านแล้ว 172 ครั้ง
กรมสรรพสามิต รับสมัครสอบเป็น ข้าราชการ
2 อัตรา
วุฒิ ป.ตรี
รับสมัครระหว่าง 9 ต.ค. – 1 พ.ย. 2560 
รับสมัคร ทางอินเทอร์เน็ต 
*ต้องผ่าน ก ก.พ.  
สถานะ อีก 15 วันถึงวันรับสมัคร
อ่านแล้ว 254 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร รับสมัครสอบเป็น พนักงานมหาวิทยาลัย
11 ตำแหน่ง 12 อัตรา
วุฒิ ป.ตรี ป.โท
รับสมัครระหว่าง 26 ก.ย. – 25 ต.ค. 2560 
รับสมัคร ด้วยตนเอง 
ไม่ต้องผ่าน ก ก.พ.  
สถานะ อีก 2 วันถึงวันรับสมัคร
อ่านแล้ว 164 ครั้ง
จุฬาติวเตอร์
chulatutor
TOEIC
IELTS
ความเหมือนและต่าง GED กับ IGCSE
วิเคราะห์ ข้อสอบ TOEIC แบบเก่า กับ แบบใหม่
IELTS, TOEFL เลือกสอบอะไรดี