ประกาศคณะกรรมการอำนวยการสอบคัดเลือกกำลังพลของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
เรื่อง การรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหม
ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
1. กล่าวนำ
ด้วยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมมีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลเพื่อสอบคัดเลือก เข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
2. ตำแหน่งที่จะบรรจุ ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ และ ประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน คุณวุฒิการศึกษา หน้าที่ความรับผิดชอบ และขอบเขตวิชาสอบ
2.1 ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ (ผนวก ก)
2.1.1 ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไป จํานวน 4 อัตรา
2.1.2 ตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ จํานวน 3 อัตรา
2.1.3 ตำแหน่งนักวิชาการพัสดุ จำนวน 1 อัตรา
2.1.4 ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน จํานวน 1 อัตรา
2.1.5 ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชี จำนวน 2 อัตรา
2.1.6 ตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ จำนวน 1 อัตรา
2.1.7 ตำแหน่งวิศวกร จำนวน 3 อัตรา
2.1.8 ตำแหน่งนักวิชาการตรวจสอบภายใน จํานวน 3 อัตรา
2.1.9 ตำแหน่งวิศวกรโยธา จํานวน 1 อัตรา
2.1.10 ตำแหน่งนักวิชาการพลังงาน จํานวน 1 อัตรา
2.2 ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน (ผนวก ข)
2.2.3 ตำแหน่งนายช่างเขียนแบบ จำนวน 1 อัตรา
2.2.2 ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ จำนวน 1 อัตรา
3. อัตราเงินเดือน ตามคำสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ 599/2567 ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2567 เรื่อง อัตราเงินเดือนเป็นขั้นเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนกลาโหม (ผนวก ค)
4. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหม ต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
4.1. คุณสมบัติทั่วไป
4.1.1 มีสัญชาติไทยโดยการเกิดตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ
4.1.2 มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีนับถึงวันบรรจุเข้ารับราชการ
4.1.3 เป็นผู้ที่เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
4.2 ลักษณะต้องห้าม
4.2.1 เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
4.2.2 เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
4.2.3 เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคที่ขัดต่อการรับราชการตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด (ผนวก จ)
4.2.4 เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามพระราชกฤษฎีการะเบียบข้าราชการพลเรือนกลาโหมหรือกฎหมายอื่น
4.2.5 เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
4.2.6 เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
4.2.7 เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เพราะกระทำ ความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
4.2.8 เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิส หรือหน่วยงานอื่นของรัฐหรือองค์การระหว่างประเทศ
4.2.9 เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกเพราะกระทำผิดวินัย ตามพระราชกฤษฎีการะเบียบข้าราชการพลเรือนกลาโหมหรือดามกฎหมายอื่น
4.2.10 เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษา สังกัดกระทรวงกลาโหมหรือสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ
ลักษณะต้องห้าม ในข้อ 4.2.6 จะได้รับการยกเว้นให้เข้ารับราชการเป็นข้าราชการ พลเรือนกลาโหมได้เมื่อศาลมีคำสั่งปลดจากล้มละลายแล้ว
5. การรับสมัครสอบ
5.1 สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ที่เว็บไซต์
http://opsd.mod.go.th หรือเว็บไซต์ objob.com ในหัวข้อ "การรับสมัครและสอบคัดเลือก” ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569
https://opsd.thaijobjob.com ถึง วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) โดยดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 กรอกใบสมัคร โดยกรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน และปฏิบัติตาม ขั้นตอนที่กำหนด ระบบจะกำหนดแบบฟอร์มการชำระเงินให้โดยอัตโนมัติ
ขั้นตอนที่ 2 การชำระเงินค่าสมัคร สามารถสแกน QR Code เพื่อชำระเงินค่าสมัครสอบ ผ่านแอปพลิเคชันได้ทุกธนาคาร ได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 ถึง วันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569 ภายในเวลา 22.00 นาฬิกา และเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้หลักฐานด้วย ทั้งนี้ QR Code จะหมดอายุ ภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากพิมพ์ใบชำระเงิน กรณีชำระเงินไม่ได้เนื่องจาก QR Code หมดอายุ ท่านสามารถ พิมพ์ใบชำระเงินได้ใหม่ระหว่าง
วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 ถึง วันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569 ภายใน เวลา 22.00 นาฬิกา
5.2 อัตราค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบแบ่งตามประเภท ดังนี้
5.2.1
ตำแหน่ง ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ จำนวน 380 บาท (ประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ 330 บาท ค่าบริการ SMS 20 บาท และค่าธรรมเนียมการใช้ระบบ 30 บาท)
5.2.2
ตำแหน่ง ประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน จำนวน 350 บาท (ประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ 300 บาท ค่าบริการ SMS 20 บาท และค่าธรรมเนียมการใช้ระบบ 30 บาท)
ค่าธรรมเนียมดังกล่าว ไม่สามารถเรียกคืนได้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบ สามารถสมัครเข้ารับการสอบได้ในตำแหน่งประเภทวิชาการ หากมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด โดยผู้สมัคร จะต้องชำระค่าธรรมเนียมการสอบในแต่ละตำแหน่งที่สมัครจึงจะมีผลสมบูรณ์ การชำระเงินค่าสมัครเข้ารับ
การสรรหาคัดเลือก ผู้สมัครจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองการบันทึก ข้อมูล ชื่อ - นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ให้ถูกต้องก่อนชำระเงิน เนื่องจากไม่สามารถยกเลิกหรือขอคืนเงินค่าสมัครได้
5.3 ผู้สมัครสอบที่ชำระค่าธรรมเนียมการสมัครสอบแล้ว สามารถตรวจสอบเลขประจำตัว สอบ และพิมพ์บัตรประจำตัวสอบได้ ตั้งแต่วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยเข้าไปที่เว็บไซต์
http://opsd.mod.go.th หรือเว็บไซต์
https://opsd.thaijobjob.com ในหัวข้อ “การรับสมัครและสอบ คัดเลือก" หัวข้อย่อย
“ตรวจสอบเลขประจำตัวสอบ" เมื่อได้รับเลขประจําตัวสอบแล้ว ให้พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ลงในกระดาษ A4 เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเข้าสอบทุกครั้ง
6. เงื่อนไขในการรับสมัครสอบ
6.1 ผู้สมัครสอบต้องยินยอมให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อใช้สำหรับการสมัครสอบ โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจะรักษาข้อมูลไว้เป็น ความลับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
6.2 ผู้สมัครสอบสามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
6.3 ผู้สมัครสอบสามารถเลือกสมัครสอบได้เพียง 1 ตำแหน่ง เท่านั้น เมื่อเลือกแล้ว จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขตำแหน่งที่สมัครสอบไม่ได้
6.4 ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
ในข้อ 2 โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ
คือวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2569 ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ชั้นประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตรของสถานศึกษาใด จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับ การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์
6.5 การสมัครสอบตามขั้นตอนข้างต้น ถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ลงลายมือชื่อ และรับรอง ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้ พ.ศ. 2544 ดังนั้น หากผู้สมัครจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ ต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137
6.6 ผู้สมัครสอบต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติ ตรงตามประกาศรับสมัครสอบ และต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามความเป็นจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐาน ซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรง หรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ หรือเอกสารปลอม สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจะถือว่าผู้สมัครสอบ เป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ทั้งนี้ ในกรณีผู้สมัครยื่นเอกสารปลอม สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจะดำเนินการทางคดีอาญาต่อไปด้วย
7. กำหนดการสอบและการปฏิบัติที่สำคัญ (ผนวก ง)
8. การสอบและเกณฑ์การตัดสิน
การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหม จะดำเนินการสอบแข่งขัน ดังนี้
(คะแนนเต็ม 40 คะแนน) ดังต่อไปนี้ 8.3 การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป เป็นการสอบข้อเขียนในวิชา
8.1.1 วิชาความสามารถทั่วไป และวิชาภาษาไทย
8.1.1.3 วิชาความสามารถทั่วไป เป็นการสอบแข่งขันเพื่อวัดความสามารถ
(1) ด้านการคิดคำนวณ โดยทดสอบความสามารถในการ
ประยุกต์ใช้ความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์เบื้องต้น การวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของจำนวน หรือปริมาณ การแก้ปัญหา เชิงปริมาณ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณต่าง ๆ
(2) ด้านเหตุผล โดยทดสอบความสามารถในการคิดหาความสัมพันธ์ เชื่อมโยงของค้า ข้อความ หรือรูปภาพ การหาข้อยุติ หรือข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผลจากข้อความ สัญลักษณ์ รูปภาพ สถานการณ์ หรือแบบจำลองต่าง ๆ
เข้าใจภาษา และด้านการใช้ภาษา
(3) ความรู้พื้นฐานทั่วไป
8.1.1.2 วิชาภาษาไทย เป็นการสอบแข่งขันเพื่อวัดความสามารถด้านความ
8.1.2 วิชาภาษาอังกฤษ เป็นการสอบแข่งขันเพื่อวัดความสามารถด้านความเข้าใจ และการใช้ภาษาอังกฤษ
8.1.3 การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ผู้สอบวิชาความสามารถ ทั่วไป และวิชาภาษาไทยจะต้องได้คะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และสอบวิชาภาษาอังกฤษจะต้องได้ คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 จึงจะถือว่าเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป
8.2 การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 60 คะแนน) เป็นการสอบแข่งขันความรู้ความสามารถที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ โดยวิธีการสอบข้อเขียน การสอบ ปฏิบัติ โดยผู้ที่สอบผ่านการสอบแข่งขันต้องได้คะแนน
ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะถือว่าเป็นผู้สอบผ่านการวัด ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง
โดยคณะกรรมการฯ
จะคัดเลือกผู้ที่ผ่านเกณฑ์ตามข้อ 4.1 และ 4.2 ที่มีคะแนนสูงสุด เรียงตามลำดับลงไป จำนวน 5 เท่า ของอัตราที่เปิดบรรจุในแต่ละตำแหน่ง เพื่อเข้ารับการทดสอบวิภาววิสัย และการสอบสัมภาษณ์ต่อไป ทั้งนี้ หากมีผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์การสอบภาควิชาการในจำนวนเท่าที่กำหนดใน ลำดับสุดท้ายมีคะแนนเท่ากันมากกว่า 1 คน ให้ผู้ที่มีคะแนนเท่ากันนั้นมีสิทธิ์เข้าสอบในขั้นตอนต่อไป
8.3 การสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง เป็นการสอบแข่งขันเพื่อวัดความ เหมาะสมกับตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง โดยวิธีการสัมภาษณ์ โดยผู้ที่สอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความ เหมาะสมกับตำแหน่งจะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะถือว่าเป็นผู้สอบผ่านการวัดความเหมาะสม กับตำแหน่ง
9. การทดสอบวิภาววิสัย และประเมินด้านสุขภาวะจิตใจ
ผู้สมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมของสำนักงาน ปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ผ่านเข้ารอบ จะต้องเข้ารับการทดสอบวิภาววิสัย และทำแบบประเมินด้านสุขภาวะจิตใจ เพื่อเป็นองค์ประกอบพื้นฐานในการสัมภาษณ์ของคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งการทดสอบวิภาววิสัย เป็นการทดสอบ เพื่อวัดด้านนามธรรมที่เกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด ลักษณะนิสัย คุณธรรม จริยรรรมของแต่ละบุคคล
10. การสอบสัมภาษณ์
ผู้สมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมที่ผ่านเข้ารอบ จะต้องเข้ารับการทดสอบวิภาววิสัย ตามวัน ตามวัน เวลา ที่กำหนด จึงมีสิทธิ์เข้ารับการสอบสัมภาษณ์ จะพิจารณา จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน พฤติกรรมที่ปรากฏทางอื่นของผู้เข้าสอบ และจากการ สัมภาษณ์ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ คุณธรรมจริยธรรม ความคิตริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบและบุคลิกภาพอย่างอื่น ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ จะบันทึกผลการสัมภาษณ์รายบุคคล ไว้เป็นหลักฐาน
11. ผู้ที่สอบผ่านภาควิชาการ ในตำแหน่งในข้อ 2 ให้ส่งสำเนาคุณวุฒิการศึกษาของ ผู้สมัครในวันที่เข้ารับการทดสอบวิภาววิสัย ดังนี้
11.1 ใบประกาศนียบัตร หรือใบระเบียนแสดงผลการเรียนฯ 11.2 สำเนาปริญญาบัตร พร้อม TRANSCRIPT (แปลเป็นภาษาไทยเท่านั้น)
11.3 กรณีใช้หนังสือรับรองจะต้องมีข้อความว่า “โดยอนุมัติสภาของสถาบัน”
12. การขึ้นบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้
12.1 สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จะประกาศการขึ้นบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ ที่ผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป การวัดความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง การทดสอบวิภาววิสัย และการสอบสัมภาษณ์ โดยเรียงตามลำดับคะแนนรวมของผู้สอบผ่านการสอบแข่งขันจากมากไปน้อย ในกรณี ที่มีคะแนนเท่ากัน ให้ผู้ที่สอบได้คะแนนความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่งมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า แต่ถ้าคะแนนความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่งเท่ากัน ให้ผู้ที่สอบได้คะแนนความรู้ความสามารถทั่วไป มากกว่าอยู่ในลำดับที่สูงกว่า และถ้าคะแนนความรู้ความสามารถทั่วไปเท่ากันอีก ให้ผู้ที่สมัครสอบก่อนเป็นผู้อยู่ ในลำดับที่สูงกว่า ทั้งนี้ กรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์นี้ หรือนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ให้ประธาน กรรมการอำนวยการสอบเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย และให้คำวินิจฉัยนั้นถือเป็นที่สุด
12.2 การขึ้นบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกินสองปี นับแต่วัน ขึ้นบัญชี แต่ถ้ามีการจัดให้มีการสอบแข่งขันในตำแหน่งเดียวกันนี้อีก และได้ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขัน ได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งนี้เป็นอันยกเลิก
13. เงื่อนไขอื่น ๆ
13.1 ผู้สมัครสอบต้องตรวจสอบตำาแหน่งที่จะสมัครสอบและรับรองว่าตนเองเป็นผู้ที่มี คุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในประกาศรับสมัครจริง หากปรากฏในภายหลังว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ ดังกล่าวไม่ครบถ้วน หรือ ไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ จะถูกตัดสิทธิ์ในการสอบและการบรรจุเข้ารับราชการทันที
13.2 ผู้สมัครสอบจะต้องกรอกรายละเอียดข้อมูลลงในใบสมัครทางอินเทอร์เน็ต ให้ครบถ้วนกรณีมีข้อผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครสอบเอง คณะกรรมการฯ จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะมีสิทธิ์ ในการสมัครสอบหรือไม่
13.3 การสมัครสอบให้ถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ลงลายมือชื่อและรับรองความถูกต้อง ของข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ดังนั้น หากผู้สมัครสอบ จงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137
13.4 ผู้สมัครสอบจะต้องติดตามประกาศต่าง ๆ เพิ่มเติม เกี่ยวกับการสอบคัดเลือก ในครั้งนี้ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมตลอดจนประกาศของคณะกรรมการอย่างใกล้ชิด 13.5 ผู้สมัครสอบจะต้องเตรียม “บัตรประจำตัวสอบ” และ “บัตรประจำตัวประชาชน"
หรือบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ (บัตรประจำตัวประชาชน หรือ บัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ จะต้องมี
รูปถ่าย ตัวอักษรชัดเจนและยังไม่หมดอายุ) ไปแสดงต่อคณะกรรมการควบคุมการสอบด้วยทุกครั้ง มิฉะนั้นจะ ไม่มีสิทธิ์เข้าสอบ
13.6 เมื่อกรรมการควบคุมการสอบแจกปัญหาสอบและกระดาษคำตอบแล้ว ห้ามผู้สมัครสอบ เปิดอ่านปัญหาสอบก่อนที่กรรมการควบคุมการสอบสั่ง (หากมีข้อสงสัยให้ยกมือและถามกรรมการควบคุมการสอบ)
13.7 เมื่อเริ่มทำข้อสอบจะไม่อนุญาตให้ผู้สมัครสอบที่มาถึงห้องสอบข้าเกินกว่า 20 นาที นับจากเวลาเริ่มต้นสอบ เข้าห้องสอบในทุกกรณี และผู้ที่เข้าสอบจะต้องอยู่ในห้องสอบจนกว่าจะทำการสอบ ไปแล้วไม่น้อยกว่า 60 นาที จึงจะออกจากห้องสอบได้ ทั้งนี้ หากผู้สมัครสอบไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสอบ เนื่องจากมาถึงห้องสอบข้าเกินเวลาที่กำหนด ไม่สามารถเรียกคืนค่าสมัครสอบได้
13.8 ห้ามนำอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดเข้าไปในห้องสอบ เช่น โทรศัพท์มือถือ, เครื่องคอมพิวเตอร์ (Notebook, Tablet), นาฬิกา (Smart Watch) และอุปกรณ์อื่นตามที่กรรมการผู้ควบคุมสอบ จะเห็นควร
13.9 หากผู้ใดทุจริตในการสอบ คณะกรรมการฯ มีสิทธิ์ยกเลิกการสอบของผู้นั้น หรืออาจยกเลิกการสอบทั้งหมด โดยไม่สามารถเรียกคืนค่าสมัครสอบได้
13.10 ผู้สมัครสอบต้องรับรองเอกสารทุกฉบับที่นำมาแสดงต่อคณะกรรมการว่าเป็น หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่าเป็นเอกสารที่มีใช่ทางราชการออกให้ จะถูกดำเนินคดี เอกสารที่ทางราชการออกให้จริง ตามกฎหมาย
สมบัติไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครไม่ว่าจะอยู่ใน 13.11 ผู้สมัครสอบต้องรับรองตนเองว่ามีคุณสมบัติเป็นไปตามประกาศรับสมัคร ทุกประการ หากทางราชการตรวจสอบพบว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครไม่ว่าจะอยู่ใน ขั้นตอนใด เช่น การสมัครสอบ การประกาศผล การรายงานตัว ถึงแม้จะส่งหลักฐาน หรือทำสัญญาแล้วก็ตาม ถือว่าผู้สมัครสอบขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ข้างต้น และไม่มีสิทธิ์เข้ารับราชการ หรือหากมีคำสั่งบรรจุเข้ารับราชการ ก็สามารถยกเลิกคำสั่งบรรจุเข้ารับราชการได้
14. ผู้ได้รับการคัดเลือก (ตัวจริง) ต้องดำเนินการ ดังนี้
14.1 การรายงานตัว ให้มารายงานตัวต่อคณะกรรมการฯ พร้อมรับเอกสารที่ทางราชการ ออกให้เพื่อนำไปดำเนินการ ใน
วันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 นาฬิกา ณ ห้องยุทธนาธิการ (ขั้น 2) ภายในศาลาว่าการกลาโหม หากล่วงเลยเวลาตามที่กำหนด ให้ถือว่าสละสิทธิ์ในทุกกรณี
14.2 การตรวจร่างกาย ผู้เข้ารับการตรวจร่างกาย จะต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล พระมงกุฎเกล้าหรือโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ โดยผู้เข้ารับการตรวจร่างกายจะต้อง ชำระเงินค่าตรวจร่างกาย และให้ถือผลการตรวจร่างกายของคณะกรรมการแพทย์ทหารเป็นยุติ ซึ่งจะมีการตรวจ เพียงครั้งเดียว โดยจะไม่มีการตรวจซ้ำแต่อย่างใด และจะไม่พิจารณาผลการตรวจร่างกาย โดยแพทย์ จากสถานพยาบาลอื่น ทั้งนี้ การตรวจร่างกายให้งดอาหารหลังเวลา 24.00 นาฬิกา คืนวันก่อนตรวจ (ดื่มน้ำเปล่าได้เพียงเล็กน้อย)
14.3 การทดสอบด้านจิตเวชที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าหรือโรงพยาบาลภูมิพล อดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจร่างกาย ทั้งนี้ ให้เตรียมดินสอ 28 และยางลบ มาใช้สำหรับทำแบบทดสอบจิตเวชด้วย
กรณีผู้ที่สอบได้เป็นบุคคลตัวจริงสละสิทธิ์ หรือทางราชการตรวจสอบพบว่าผู้สมัคร มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครไม่ว่าจะอยู่ในขั้นตอนใด หรือผลการตรวจร่างกายไม่ผ่าน หรือการทดสอบด้านจิตเวชไม่ผ่าน คณะกรรมการจะเรียกผู้ที่ผ่านการสอบคัดเลือกที่ได้คะแนนในลำดับถัดไป เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือก (ตัวจริง) ทั้งนี้ หากตรวจพบในภายหลังปรากฏว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติ หรือมี ลักษณะต้องห้าม หรือขาดคุณวุฒิ หรือมีเหตุอันไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการทหาร จะถือว่าบุคคลนั้น ขาดคุณสมบัติในการสอบมาตั้งแต่ต้น และถือว่าการสอบของบุคคลดังกล่าวเป็นโมฆะ และจะไม่มีสิทธิ เรียกร้องใด ๆ ต่อทางสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมได้
15. หลักฐานการรายงานตัว
15.1 ใบสมัคร สัญญาการเข้ารับราชการ สัญญาค้ำประกัน
15.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
15.3 สำเนาทะเบียนบ้าน หรือใบรับรองสัญชาติของผู้สมัครว่ามีสัญชาติไทยโดยการเกิด ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ
15.4 ใบสำคัญความเห็นของแพทย์ในสถานพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหม ตามข้อ 15.2 (ผลการตรวจไม่เกิน 5 เดือน)
15.5 ใบสำคัญทางทหาร (กรณีผู้สมัครเป็นชาย)
16. กรณีต้องการข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
กรมเสมียนตรา โทร. 0 2226 13937 ในวัน เวลาราชการ (08.30 - 16.30 นาฬิกา)
16.1 ข้อมูลทั่วไปสอบถามได้ที่กองพัฒนากำลังพล สำนักงานนโยบายและแผนการกำลังพล
16.2 กรณีมีข้อสงสัยขั้นตอนและวิธีสมัครทางอินเทอร์เน็ตให้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลทางโทรศัพท์ โอเน็ต โทร. 0 2257 7159 กด 3 ในวัน เวลาราชการ (08.30 - 16.30 นาฬิกา)
16.3 ตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ของการสมัครได้ที่เว็บไซต์
http://opsd.mod.go.th หรือเว็บไซต์
https://opsd.thaijobjob.com ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
16.4 แผนที่การเดินทางไปสถานที่สอบภาควิชาการ ทดสอบวิภาววิสัย สอบสัมภาษณ์ และรายงานตัว ตามแนบท้ายประกาศ
17. หากมีกรณีจำเป็น ประธานกรรมการอำนวยการสอบคัดเลือกฯ อาจกำหนดให้มีการ ดำเนินการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงไปจากที่ระบุไว้ในประกาศฯ เพื่อให้การดำเนินการสอบเป็นไปด้วย ความเรียบร้อย
ทั้งนี้ การสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมในสำนักงาน ปลัดกระทรวงกลาโหมดำเนินการโดยคณะกรรมการระดับสูงของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ขอแจ้งให้ ทราบว่าไม่มีผู้ใดสามารถช่วยเหลือท่านได้ นอกจากใช้ความรู้ความสามารถของท่านเอง หากพบว่ามีผู้ใด แอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์ตอบแทน ได้โปรดแจ้งโดยตรง ที่กองพัฒนากำลังพล สำนักงานนโยบายและ แผนการกำลังพล กรมเสมียนตรา โทร. 0 2226 1397
ลิกที่นี่เพื่ออ่าน ผนวก ก ตำแหน่งประเภทวิชาการ
อัตราเงินเดือนแต่ละตำแหน่ง/วุฒิ